Mulligan Institute

คู่มือการใช้งาน

ผู้บริหาร

คุณเป็นคนอ่านผลประกอบการของสาขา แล้วอนุมัติสิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขนั้น — ราคาแพ็กเกจ โปรโมชัน และส่วนแบ่งรายได้ของครู งานของคุณคือทำให้ตัวเลขที่ทุกคนใช้อ้างอิงเชื่อถือได้ และของที่ออกไปขายผ่านสายตาคนที่ไม่ได้เป็นคนกรอกราคาเอง

ภาพประกอบทั้งหมดถ่ายจากระบบจริงแต่ใช้ข้อมูลตัวอย่าง — ชื่อ เบอร์โทร และยอดเงินในภาพไม่ใช่ของจริง

งานที่คุณเป็นคนเดียวที่ทำได้

  • อนุมัติแพ็กเกจและโปรโมชัน — ก่อนคุณกดอนุมัติ ที่ปรึกษาหยิบไปใส่ใบเสนอราคาให้นักเรียนไม่ได้เลย
  • ตั้งอัตราส่วนรายได้ของครูแต่ละคน ที่แท็บ "ค่าตอบแทน" ในบัตรครู
  • ตั้งราคาแพ็กเกจเวอร์ชันใหม่ ที่หน้า "ประวัติราคา" ของแพ็กเกจนั้น
  • ดูรายได้ทั้งสาขาและรายได้ของครูทุกคน ไม่ใช่แค่ยอดรวม
  • แก้กฎทางธุรกิจในหน้า "ตั้งค่า" เช่น อายุเครดิต เส้นแบ่งการยกเลิก และเกณฑ์การต่อคอร์ส
  • อ่านบทสนทนาใน LINE ระหว่างสถาบันกับนักเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็ก

สิ่งที่ระบบจะไม่ให้คุณทำ

  • ตัดสินข้อโต้แย้ง — คุณเปิดคิว "ข้อโต้แย้ง" และอ่านได้ครบทุกเรื่อง แต่ปุ่มท้ายแถวเขียนว่า "ดูรายละเอียด" ไม่ใช่ "ตัดสิน" และในแผงรายละเอียดจะไม่มีฟอร์มบันทึกผล คนตัดสินคือที่ปรึกษาของนักเรียนคนนั้น
  • ดูข้อมูลผู้ปกครอง — บัญชีนี้ไม่มีสิทธิ์ ในบัตรนักเรียนจึงไม่มีส่วน "ผู้ปกครอง" ให้เห็นเลย ไม่ใช่มีแต่ว่าง
  • ตรวจสลิปหรือยืนยันการชำระเงิน — หน้า "คิวตรวจสอบ" เปิดได้ แต่ขึ้นบรรทัดว่า "บัญชีนี้ดูรายงานได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ตรวจสลิป"
  • ตอบข้อความนักเรียนใน LINE — อ่านได้ ตอบไม่ได้ การตอบเป็นงานของที่ปรึกษา
  • บันทึกผลการสอน จองคาบ หรือแก้ตารางเรียน

หน้าแรกหลังเข้าสู่ระบบ

รายงานผู้บริหาร · ภาพรวม

บัญชีของคุณมีสิทธิ์ดูรายงานรายได้ ระบบจึงพาคุณมาที่หน้าภาพรวมทันทีหลังเข้าสู่ระบบ ไม่ต้องกดเมนูอะไรก่อน เพราะคำถามแรกของวันเกือบทุกวันคือ "เดือนนี้เป็นอย่างไร"

วันแรก

ห้าขั้นนี้จบใน 10 นาที ปลายทางคือคุณอ่านตัวเลขหกช่องบนหน้าแรกได้ และอธิบายให้คนอื่นฟังได้ว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน

  1. 1

    เข้าสู่ระบบ

    เปิดเว็บของสถาบัน หน้าจะขึ้นหัวข้อ "เข้าสู่ระบบ" และมีสองช่อง คือ "อีเมล" กับ "รหัสผ่าน"

    กรอกอีเมลของคุณ (บัญชีผู้บริหารในระบบตัวอย่างคือ management@mulligan.dev) แล้วกดปุ่มสีทองที่เขียนว่า "เข้าสู่ระบบ" ใต้ช่องรหัสผ่าน ตัวอักษรจาง ๆ ในช่องอีเมลเป็นแค่ตัวอย่างรูปแบบ ไม่ใช่อีเมลของคุณ

    ถ้ากรอกผิด แถบสีแดงว่า "อีเมลหรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง" จะขึ้นเหนือช่องอีเมล ไม่ต้องโหลดหน้าใหม่ แก้แล้วกดซ้ำได้เลย

    ใต้ปุ่มมีกล่องปุ่มเขียนว่า "Dev · sign in as" กล่องนั้นมีเฉพาะในเครื่องสาธิตเพื่อให้ลองสลับบทบาทได้เร็ว ๆ ในระบบจริงจะไม่มี

    กล่องด้านขวาของหน้าเข้าสู่ระบบ ล่างสุดมีลิงก์ "คู่มือการใช้งานระบบ" ซึ่งเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องมีบัญชี
    กล่องด้านขวาของหน้าเข้าสู่ระบบ ล่างสุดมีลิงก์ "คู่มือการใช้งานระบบ" ซึ่งเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องมีบัญชี
  2. 2

    หน้าแรกคือ "รายงานผู้บริหาร" และตัวเลขหกช่องบนสุด

    ทันทีที่เข้าสู่ระบบสำเร็จ ระบบพาคุณมาที่หน้าภาพรวม หัวข้อใหญ่คือ "รายงานผู้บริหาร" ใต้หัวข้อมีช่องตัวเลขหกช่องเรียงกันสองแถว

    สามช่องบนคือเรื่องเงิน — "รายได้รวม" คือเงินที่นักเรียนจ่ายสำหรับคาบที่สอนจบและปิดยอดแล้วในช่วงเวลาที่เลือก "ส่วนแบ่งครู" คือส่วนที่ตกเป็นของครู และ "ส่วนของสถาบัน" คือส่วนที่เหลือ

    สามช่องล่างคือปริมาณงาน — "คาบที่สอน" นับเป็นคาบ "ชั่วโมงที่สอน" แปลงเป็นชั่วโมงแล้ว และ "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่" คือจำนวนคนที่มีคาบเรียนปิดยอดจริงในช่วงนั้น ไม่ใช่จำนวนคนที่มีชื่อในระบบ

    เลขที่ควรจำจากหน้านี้มีเลขเดียว คือส่วนแบ่งครูคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม ในข้อมูลตัวอย่างคือ ฿479,855 ÷ ฿898,000 = 53.4% นี่ไม่ใช่อัตราของครูคนไหนสักคน (ในระบบตัวอย่างมีตั้งแต่ 48% ถึง 63%) แต่คือค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามว่าใครสอนไปเท่าไร ถ้าเดือนหน้าเลขนี้ขยับโดยที่คุณไม่ได้แตะอัตราของใครเลย แปลว่าสัดส่วนคาบระหว่างครูอัตราสูงกับอัตราต่ำเปลี่ยนไป ไม่ใช่ระบบคิดผิด

    ตัวอย่างจริง เมื่อเลือกช่วงเวลา "ไตรมาสนี้"

    • รายได้รวม ฿898,000
    • ส่วนแบ่งครู ฿479,855 · ส่วนของสถาบัน ฿418,146
    • คาบที่สอน 450 คาบ · ชั่วโมงที่สอน 668.5 ชม.
    • นักเรียนที่ยังเรียนอยู่ 69 คน

    ลองบวกดูจะพบว่า ฿479,855 + ฿418,146 = ฿898,001 เกินยอดรวมอยู่ ฿1 ไม่ใช่ระบบคิดผิด ระบบคำนวณเป็นสตางค์และแบ่งกันลงตัวพอดี (฿479,854.50 กับ ฿418,145.50) แต่สามช่องนี้ปัดเศษเป็นบาทเต็มแยกกันช่องละครั้ง เศษครึ่งบาทสองก้อนจึงถูกปัดขึ้นทั้งคู่ ถ้าต้องการยอดที่ตรงถึงสตางค์ ให้ดูที่แท็บ "ค่าตอบแทน" ของครูรายคน ซึ่งแสดงทศนิยมสองตำแหน่ง

    ดูบรรทัดเล็กใต้ยอด "รายได้รวม" ที่เขียนว่า "จากราคาที่นักเรียนจ่ายจริง" — เป็นบรรทัดเดียวที่บอกที่มาของตัวเลขทั้งหน้า
    ดูบรรทัดเล็กใต้ยอด "รายได้รวม" ที่เขียนว่า "จากราคาที่นักเรียนจ่ายจริง" — เป็นบรรทัดเดียวที่บอกที่มาของตัวเลขทั้งหน้า
  3. 3

    ตัวเลขมาจากราคาที่นักเรียนจ่ายจริง ไม่ใช่ราคาป้ายวันนี้

    ตอนนักเรียนซื้อแพ็กเกจ ระบบจะเก็บ "ราคาต่อเครดิต" ของวันนั้นติดไว้กับเครดิตก้อนนั้นเลย เรียกว่าล็อตเครดิต พอครูสอนคาบหนึ่ง ระบบตัดเครดิตจากล็อต แล้วบันทึกว่าคาบนั้นมีมูลค่าเท่าไรจากราคาที่ติดมากับล็อต

    รายงานทุกหน้าอ่านตัวเลขที่บันทึกไว้ตอนนั้น ไม่ได้ย้อนกลับไปคูณราคาแพ็กเกจปัจจุบัน แปลว่าถ้าพรุ่งนี้คุณขึ้นราคาแพ็กเกจ ยอดของเดือนที่แล้วจะไม่ขยับแม้แต่บาทเดียว

    จำประโยคนี้ไว้ประโยคเดียวก็พอ เพราะมันคือเหตุผลที่รายงานชุดนี้เอาไปใช้อ้างอิงกับคนนอกได้ — ตัวเลขที่เคยพิมพ์ออกไปแล้วจะพิมพ์ออกมาได้เท่าเดิมเสมอ

    กฎเดียวกันนี้ใช้กับส่วนแบ่งครูด้วย และหัวข้อ "ส่วนแบ่งรายได้ของครู" ในคู่มือนี้จะพาคุณไปดูของจริงบนหน้าจอว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง

    หน้า "รายได้" มีประโยคนี้พิมพ์ไว้บนหน้าจอเลย: "ทุกยอดในหน้านี้คิดจากราคาที่นักเรียนจ่ายจริง ซึ่งบันทึกไว้บนล็อตเครดิตตั้งแต่วันซื้อ — การเปลี่ยนราคาแพ็กเกจภายหลังจะไม่ทำให้ตัวเลขย้อนหลังเปลี่ยน" ถ้ามีคนถาม เปิดหน้านั้นให้ดูได้เลย

  4. 4

    เลือกช่วงเวลาก่อนอ่านตัวเลขทุกครั้ง

    มุมขวาบนของหน้ามีปุ่มสามปุ่มติดกัน คือ "เดือนนี้" "เดือนที่แล้ว" และ "ไตรมาสนี้" ปุ่มที่กำลังใช้อยู่จะเป็นพื้นทึบ อีกสองปุ่มเป็นขอบบางพื้นขาว

    ค่าเริ่มต้นคือ "เดือนนี้" ถ้าวันนี้เป็นวันต้น ๆ ของเดือน ยอดจะดูต่ำจนน่าตกใจ ซึ่งถูกต้องแล้ว — ในข้อมูลตัวอย่างวันที่ 3 ก.ย. "เดือนนี้" ขึ้น ฿19,800 ส่วน "ไตรมาสนี้" ขึ้น ฿898,000 อย่าเอาเลขเดือนที่ยังไม่จบไปเทียบกับเดือนที่จบแล้ว

    ปุ่มพวกนี้เป็นลิงก์ธรรมดา ช่วงเวลาที่เลือกไปอยู่ในที่อยู่เว็บ (URL) ด้วย คุณจึงคัดลอกลิงก์ส่งให้คนอื่นได้ และเขาจะเห็นตัวเลขชุดเดียวกับคุณ

    ทุกหน้ารายงานที่มีปุ่มชุดนี้ ต้องเลือกเองในหน้านั้น การเปลี่ยนช่วงเวลาในหน้าภาพรวมไม่ตามไปหน้าอื่นให้ และมีสามหน้าที่ไม่มีปุ่มชุดนี้เลย คือ "การลงทะเบียน" "การเลิกเรียน" และ "เครดิตหมดอายุ" — ทั้งสามหน้าแสดง 12 เดือนล่าสุดเสมอ

    "ไตรมาสนี้" หมายถึงไตรมาสตามปฏิทินที่เดือนปัจจุบันอยู่ (ม.ค.–มี.ค., เม.ย.–มิ.ย., ก.ค.–ก.ย., ต.ค.–ธ.ค.) รวมเดือนปัจจุบันที่ยังไม่จบด้วย ไม่ใช่ย้อนหลังสามเดือนนับจากวันนี้

    ปุ่มที่ถูกเลือกคือปุ่มพื้นทึบ — ในภาพนี้คือ "ไตรมาสนี้"
    ปุ่มที่ถูกเลือกคือปุ่มพื้นทึบ — ในภาพนี้คือ "ไตรมาสนี้"
  5. 5

    หาทางไปหน้าอื่น — เมนูซ้ายสองคอลัมน์ กับการ์ดหกใบ

    เมนูซ้ายมีสองคอลัมน์ คอลัมน์แคบสีเขียวเข้มด้านนอกคือ "กลุ่ม" แปดกลุ่ม เป็นรูปสัญลักษณ์ล้วน ไม่มีตัวหนังสือ — เอาเมาส์ไปวางค้างไว้จะขึ้นชื่อกลุ่ม กดกลุ่มไหน คอลัมน์กว้างข้าง ๆ จะเปลี่ยนไปแสดงรายการในกลุ่มนั้นให้ดูก่อน โดยยังไม่พาไปไหนจนกว่าคุณจะกดชื่อรายการ

    กลุ่มที่บัญชีของคุณเห็นเรียงจากบนลงล่างคือ นักเรียน · ตารางเรียน · การชำระเงิน · หลังคาบเรียน · หลักสูตร · รายงานผู้บริหาร · การสื่อสารกับนักเรียน · ตั้งค่า ขีดสีทองบาง ๆ ข้างสัญลักษณ์บอกว่าตอนนี้คุณยืนอยู่กลุ่มไหน ต่างจากพื้นสีอ่อนที่บอกแค่ว่ากำลังเปิดดูกลุ่มไหน

    รายงานทั้งเจ็ดใบอยู่ในกลุ่ม "รายงานผู้บริหาร" เรียงว่า ภาพรวม · รายได้ · เครดิตหมดอายุ · อัตราการใช้งาน · การลงทะเบียน · การเลิกเรียน · สถิติพฤติกรรม (คนละลำดับกับการ์ดในหน้าภาพรวม — ที่เดียวกันทั้งคู่)

    สองงานที่เหลือของคุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น และนี่คือจุดที่คนใหม่หลงบ่อยที่สุด — "อนุมัติ" อยู่ในกลุ่ม "หลักสูตร" (คู่กับ "แพ็กเกจและราคา" ที่มันอนุมัติ) ส่วน "ข้อโต้แย้ง" อยู่ในกลุ่ม "หลังคาบเรียน" การตั้งอัตราส่วนของครูอยู่ในบัตรครู ซึ่งเข้าจาก "หลักสูตร › ครู"

    ใต้เส้นประในหน้าภาพรวมคือทางลัดไปที่เดียวกัน — การ์ดหกใบของรายงาน บวกการ์ด "อนุมัติแพ็กเกจและโปรโมชัน" ถ้ามีของค้างรออนุมัติ จะมีตัวเลขสีทองที่มุมขวาของการ์ดนั้นบอกว่ากี่รายการ ถ้าไม่มีก็ไม่มีตัวเลข

    บรรทัดสุดท้ายของหน้าเป็นคำเตือนที่เขียนไว้ตั้งแต่วันเปิดระบบว่า "อัตราการใช้งาน การลงทะเบียน และการเลิกเรียน จะยังแทบไม่มีข้อมูลในช่วงเปิดใช้งานแรก" ตอนนี้สาขาเดินมาครึ่งปีแล้ว สองในสามใบนั้นมีข้อมูลพอจะอ่านได้แล้ว เหลือแต่ "การเลิกเรียน" ที่ยังวาดกราฟไม่ได้ ประโยคนี้จะยังอยู่บนหน้าจอไปอีกพักหนึ่ง อย่าใช้มันแทนการเปิดดูเอง

    การ์ดแต่ละใบมีคำอธิบายสั้นใต้ชื่อ บอกว่ารายงานนั้นตอบคำถามอะไร และใช้รูปสัญลักษณ์เดียวกับรายการในเมนูซ้าย ตั้งใจให้จำที่เดียว
    การ์ดแต่ละใบมีคำอธิบายสั้นใต้ชื่อ บอกว่ารายงานนั้นตอบคำถามอะไร และใช้รูปสัญลักษณ์เดียวกับรายการในเมนูซ้าย ตั้งใจให้จำที่เดียว

รายงานหกใบ ใบไหนตอบคำถามอะไร

อ่านหัวข้อนี้ครั้งเดียวให้ครบ แล้วหลังจากนั้นคุณจะรู้ว่าเวลามีคำถามควรเปิดใบไหน แต่ละใบมีทั้ง "รูปร่างที่ปกติ" และ "รูปร่างที่ต้องถามต่อ" เขียนไว้ให้ เพราะรายงานที่หาเจอแต่อ่านไม่เป็น คือรายงานที่ไม่มีใครเปิดเป็นครั้งที่สอง

  1. 1

    รายได้ — เงินเข้ามาจากใครและจากวิชาอะไร

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "รายได้" หรือกดการ์ด "รายได้" ในหน้าภาพรวม อย่าลืมกดปุ่มช่วงเวลาที่ต้องการก่อนอ่าน

    หน้ามีสามตาราง คือ "รายได้แยกตามครู" "รายได้แยกตามวิชา" และ "รายได้รายเดือน" ทุกตารางมีตัวเลขเป็นตัวหนังสืออยู่แล้ว แถบสีเป็นแค่ตัวช่วยเทียบสายตา อ่านจากตัวเลขได้เลยไม่ต้องเดาจากความยาวแถบ

    คอลัมน์ "รายได้รวม" ในตารางครู คือค่าเรียนทั้งก้อนของคาบที่ครูคนนั้นสอน ไม่ใช่เงินที่ครูได้ ถ้าอยากรู้ว่าครูได้เท่าไร ต้องเปิดบัตรครูแท็บ "ค่าตอบแทน" หน้านี้ตอบว่า "ครูคนนี้ทำรายได้ให้สาขาเท่าไร" ไม่ใช่ "ครูคนนี้ได้เท่าไร"

    รูปร่างที่ปกติ: ไม่มีใครกินสัดส่วนใหญ่จนน่ากลัว ในข้อมูลตัวอย่าง คนอันดับหนึ่ง (Gun ฿153,350) คิดเป็น 17% ของทั้งสาขา และสามอันดับแรกรวมกันได้ราวครึ่งเดียว แบบนี้คือกระจายดี

    รูปร่างที่ต้องถามต่อ: ครูคนเดียวเกิน 30% ของสาขา วันที่เขาลาออกคือวันที่รายได้ก้อนนั้นเดินตามออกไปด้วย ให้เอาไปคุยกับคนจัดตารางเรื่องกระจายคาบก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน

    อีกรูปร่างหนึ่ง อยู่ที่ตารางวิชา: เอารายได้หารชั่วโมง จะได้ราคาต่อชั่วโมงจริงของวิชานั้น ในข้อมูลตัวอย่างวิชาจะแยกเป็นสองก้อนชัดเจน — คณิตศาสตร์ 2 เคมี 1 ฟิสิกส์ 1 อยู่ราว ฿1,410–1,430 ต่อชั่วโมง ส่วนภาษาอังกฤษ 1 วิทยาศาสตร์ 1 คณิตศาสตร์ 1 อยู่ราว ฿1,240–1,250 ต่างกันเพราะกลุ่มแรกเป็นวิชาระดับมัธยมปลาย ซึ่งขายด้วยแพ็กเกจที่ราคาต่อเครดิตสูงกว่า ไม่ใช่เพราะครูสอนต่างกัน (ตรวจได้จาก "หลักสูตร › วิชา" ที่บอกระดับชั้นของแต่ละวิชา คู่กับคอลัมน์ระดับชั้นในหน้าแพ็กเกจ) ที่ต้องถามคือวิชาที่หลุดออกจากสองก้อนนี้

    รายได้แยกตามครู · ไตรมาสนี้

    • Gun ฿153,350 · 80 คาบ
    • Cake ฿147,200 · 75 คาบ
    • Earn ฿145,400 · 72 คาบ
    • Ice ฿113,300 · 56 คาบ
    • Fern ฿103,650 · 51 คาบ · ครูแทน ฿103,550 · 53 คาบ
    • Dew ฿93,750 · 45 คาบ · Bank ฿37,800 · 18 คาบ

    คาบที่นักเรียนโต้แย้งแล้วชนะจะไม่ถูกนับเป็นรายได้ เพราะเครดิตถูกคืนกลับเข้าล็อตเดิมไปแล้ว ตัวเลขในหน้านี้จึงเป็นเงินที่สถาบันเก็บได้จริง ไม่ใช่เงินที่เคยเรียกเก็บ

    Fern กับ ครูแทน อยู่ติดกัน — ครูแทนสอนมากกว่า 2 คาบ แต่ได้รายได้น้อยกว่า ฿100 ความยาวคาบและราคาของล็อตที่ถูกตัดไม่เท่ากัน จำนวนคาบจึงไม่ใช่ตัวแทนของรายได้
    Fern กับ ครูแทน อยู่ติดกัน — ครูแทนสอนมากกว่า 2 คาบ แต่ได้รายได้น้อยกว่า ฿100 ความยาวคาบและราคาของล็อตที่ถูกตัดไม่เท่ากัน จำนวนคาบจึงไม่ใช่ตัวแทนของรายได้
  2. 2

    อัตราการใช้งาน — ครูว่างแค่ไหน และห้องถูกใช้แค่ไหน

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "อัตราการใช้งาน" ตารางบนคือ "ชั่วโมงสอนของครู" เรียงจากคนที่สอนมากที่สุดลงมา ช่องขวาสุดคือ "ใช้ไปกี่ % ของเวลาว่าง" ซึ่งคิดจากเวลาว่างที่ครูกรอกไว้เอง ไม่ใช่จากสัปดาห์ทำงานมาตรฐาน

    ตารางนี้ไม่แสดงครูที่ลาออกไปแล้ว และไม่แสดงครูที่ไม่ได้สอนเลยในช่วงนั้น ผลคือชั่วโมงในตารางนี้บวกกันแล้วจะน้อยกว่าช่อง "ชั่วโมงที่สอน" ในหน้าภาพรวมเสมอ ในข้อมูลตัวอย่างคือ 641.5 ชม. เทียบกับ 668.5 ชม. ส่วนต่าง 27 ชม. คือของ Bank ซึ่งลาออกไปแล้วแต่รายได้ที่เขาทำไว้ยังนับอยู่ อย่าตกใจ และอย่าใช้ตารางนี้หายอดชั่วโมงรวมของสาขา

    ครูที่ยังไม่เคยกรอกเวลาว่าง ช่องนั้นจะขึ้นว่า "ไม่ทราบเวลาว่าง" ไม่ใช่ 0% ระบบเลือกจะไม่เดาตัวหารให้ ซึ่งถูกแล้ว — 0% กับ "ไม่รู้" เป็นคนละเรื่อง ในข้อมูลตัวอย่างตอนนี้ครูทุกคนที่แสดงอยู่กรอกครบแล้ว จึงยังไม่เห็นข้อความนี้ แต่ครูใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจะขึ้นแบบนี้จนกว่าจะกรอก

    รูปร่างที่ต้องถามต่อ: ในข้อมูลตัวอย่างทุกคนอยู่ที่ 15–26% แปลว่าครูเปิดเวลาว่างไว้กว้างกว่างานที่มีจริงราวสี่ถึงเจ็ดเท่า นี่คือคำถามของฝ่ายการตลาด ไม่ใช่ฝ่ายตาราง — เรามีกำลังสอนเหลือ ปัญหาคือหาคนเรียนมาใส่ไม่ทัน ถ้าวันไหนตัวเลขนี้ขึ้นไปแตะ 70–80% ทั้งกระดาน คำถามจะกลับด้านทันที คือถึงเวลารับครูเพิ่ม

    ตารางล่างคือ "การใช้ห้อง" สามช่องบนบอกว่าในช่วงนั้นมีคาบทั้งหมดกี่คาบ สอนออนไลน์กี่คาบ (พร้อมเปอร์เซ็นต์) และใช้ห้องจริงกี่คาบ

    ชั่วโมงสอนของครู · ไตรมาสนี้

    • Gun 118.5 ชม. · ใช้ไป 26% ของเวลาว่าง
    • Cake 111.5 ชม. · 24% · Earn 104.5 ชม. · 23%
    • Ice 84 ชม. · 18% · Fern 78.5 ชม. · 17%
    • ครูแทน 75 ชม. · 16% · Dew 69.5 ชม. · 15%

    แถบเหลืองเหนือตารางห้องเขียนว่าเฟส 1 สอนออนไลน์เกือบทั้งหมด ตัวเลขห้องจึง "ใกล้ศูนย์ตามที่ควรเป็น" — ตอนนี้ไม่จริงแล้ว ข้อมูลตัวอย่างมี 166 คาบจาก 498 คาบที่ใช้ห้องจริง คิดเป็นหนึ่งในสาม ไม่ใช่ใกล้ศูนย์ ให้เชื่อตัวเลขในตาราง อย่าเชื่อแถบเหลือง และแจ้งผู้ดูแลระบบให้แก้ข้อความนั้น

    ช่วง 15% ถึง 26% แคบมากสำหรับคนเจ็ดคน — งานถูกกระจายค่อนข้างเท่ากัน ไม่มีใครถูกใช้จนหมดและไม่มีใครถูกลืม
    ช่วง 15% ถึง 26% แคบมากสำหรับคนเจ็ดคน — งานถูกกระจายค่อนข้างเท่ากัน ไม่มีใครถูกใช้จนหมดและไม่มีใครถูกลืม
  3. 3

    การลงทะเบียน — มีคนใหม่เข้ามาเดือนละกี่คน

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "การลงทะเบียน" หน้านี้ตอบคำถามเดียวคือ "เดือนที่ผ่านมามีการลงทะเบียนเรียนใหม่กี่รายการ" ไม่ใช่จำนวนนักเรียนที่มีอยู่ — คนหนึ่งคนที่ลงเรียนสองคอร์สนับเป็นสองรายการ

    ระบบจะวาดกราฟให้เมื่อมีข้อมูลอย่างน้อย 3 เดือนและอย่างน้อย 10 รายการ ตอนนี้ผ่านเกณฑ์แล้ว จึงเห็นเส้นแนวโน้ม 12 เดือน พร้อมตารางตัวเลขใต้กราฟ ถ้าวันไหนกลับไปเห็นข้อความ "ยังมีข้อมูลไม่พอสำหรับช่วงเวลานี้" ให้อ่านบรรทัดตัวเล็กใต้มัน มันบอกตรง ๆ ว่ามีข้อมูลกี่เดือนจากกี่เดือนและกี่รายการ

    ตารางล่างชื่อ "สิ่งที่บันทึกไว้แล้ว" แสดงเฉพาะเดือนที่มีข้อมูลจริง เดือนที่ว่างจะไม่ถูกวาดเป็นศูนย์ ซึ่งตั้งใจ เพราะศูนย์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงจะลากเส้นแนวโน้มให้ผิด

    รูปร่างที่ต้องถามต่อ และนี่คือรูปร่างที่สำคัญที่สุดในคู่มือนี้: ในข้อมูลตัวอย่าง ยอดลงทะเบียนขึ้นสุดที่ 30 รายการในเดือน มิ.ย. แล้วลดเป็น 28 (ก.ค.) และ 14 (ส.ค.) — ลดลงครึ่งหนึ่งในสองเดือน แต่รายได้ในหน้า "รายได้" กลับขึ้นสูงสุดที่เดือน ก.ค. ไม่ใช่ มิ.ย. เพราะคนที่สมัครเดือนนี้เพิ่งจะเริ่มใช้เครดิตเดือนหน้า รายได้จึงตามหลังการลงทะเบียนอยู่ราวหนึ่งเดือนเสมอ

    แปลว่าเดือนที่ยอดขายดูดีที่สุด คือเดือนที่คุณควรมองตัวเลขการลงทะเบียนที่กำลังตกอยู่ ไม่ใช่เดือนที่ควรฉลอง ยอด ส.ค. ที่ตกไปครึ่งหนึ่งคือรายได้ของเดือน ต.ค. ที่ยังไม่มา ถ้าจะทำอะไรกับมัน ต้องทำเดือนนี้

    ลงทะเบียนใหม่ · 12 เดือนล่าสุด

    • มี.ค. 2569 — 3 · เม.ย. — 13 · พ.ค. — 18
    • มิ.ย. — 30 (สูงสุด) · ก.ค. — 28 · ส.ค. — 14
    • ก.ย. — 1 (เดือนที่ยังไม่จบ)
    • เทียบกับรายได้: มิ.ย. ฿378,150 · ก.ค. ฿487,050 (สูงสุด) · ส.ค. ฿391,150

    คอลัมน์ "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่" ในตารางนี้นับจากคนที่มีคาบเรียนจริงในเดือนนั้น จึงไม่เท่ากับจำนวนคนที่ลงทะเบียน และไม่เท่ากับเลข "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่" ในหน้าภาพรวมหรือหน้าการเลิกเรียน สามที่นี้นับคนละแบบโดยตั้งใจ อย่าเอาสองคอลัมน์ใดมาหารกัน

    ยอดของเดือน ก.ย. เป็น 1 เพราะเดือนเพิ่งเริ่ม ไม่ใช่เพราะยอดพัง เวลาอ่านกราฟนี้ให้ตัดเดือนขวาสุดทิ้งเสมอจนกว่าเดือนนั้นจะจบ
    ยอดของเดือน ก.ย. เป็น 1 เพราะเดือนเพิ่งเริ่ม ไม่ใช่เพราะยอดพัง เวลาอ่านกราฟนี้ให้ตัดเดือนขวาสุดทิ้งเสมอจนกว่าเดือนนั้นจะจบ
  4. 4

    การเลิกเรียน — มีใครหายไป และหายเพราะอะไร

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "การเลิกเรียน" หน้านี้ขึ้นแถบสีฟ้าไว้บนสุดว่ายังไม่มีความหมายในช่วงเปิดใช้งาน — ตอนนี้จริงเฉพาะกับกราฟ ส่วนตารางด้านล่างมีของให้อ่านแล้ว

    สามช่องบนคือ "เหตุการณ์เลิกเรียนที่บันทึกไว้" ทั้งหมดตั้งแต่เปิดระบบ "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่" และ "เหตุผลที่ระบุไว้" ว่ามีกี่แบบ

    กราฟ "อัตราการเลิกเรียนรายเดือน" ยังไม่วาด เพราะเกณฑ์คือต้องมีอย่างน้อย 3 เดือนที่มีเหตุการณ์และอย่างน้อย 10 เหตุการณ์ ตอนนี้มี 4 เดือนแต่มีแค่ 8 เหตุการณ์ บรรทัด "มีข้อมูล 4 เดือน จาก 12 เดือน · 8 เหตุการณ์" คือระบบบอกว่าขาดอะไร ไม่ใช่ข้อความแสดงข้อผิดพลาด

    ตาราง "เหตุการณ์ที่บันทึกไว้แล้ว" และ "เหตุผลที่เลิกเรียน" อ่านได้แล้ว และนี่คือรูปร่างที่ต้องถามต่อ: เหตุผลไม่ได้กระจาย มันกองอยู่ก้อนเดียว — 6 ใน 8 คนเลิกเรียนด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเครดิตหมดอายุก่อนใช้หมด นั่นคือปัญหาหนึ่งเรื่อง ไม่ใช่นักเรียนหกคน และเป็นปัญหาที่แก้ได้ด้วยการเตือนและการจัดตาราง ไม่ใช่ด้วยการลดราคา

    ดูคอลัมน์ "คอร์สที่ปิด" คู่กับ "นักเรียนที่เลิกเรียน" ด้วย เดือน ส.ค. มีนักเรียนเลิก 1 คนแต่คอร์สปิด 6 คอร์ส แปลว่าคนเดียวถือหลายคอร์ส หรือมีคอร์สที่จบตามกำหนดโดยที่คนยังอยู่ สองคอลัมน์นี้ต่างกันมากเมื่อไร ให้เปิดดูรายคน

    การเลิกเรียน · ทั้งหมดที่บันทึกไว้

    • เหตุการณ์เลิกเรียนที่บันทึกไว้ 8 · นักเรียนที่ยังเรียนอยู่ 83 · เหตุผลที่ระบุไว้ 2 แบบ
    • มี.ค. 2569 — 2 คน · เม.ย. — 4 คน · ก.ค. — 1 คน · ส.ค. — 1 คน
    • lapsed_credit_expired — 6 คน (เครดิตหมดอายุก่อนใช้หมด)
    • course_finished_not_renewed — 2 คน (เรียนจบคอร์สแล้วไม่ต่อ)

    เลข "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่ 83" ในหน้านี้นับคนที่เคยเริ่มเรียนแล้วและยังไม่ถูกบันทึกว่าหยุด ตั้งแต่เปิดระบบมา ส่วนเลขเดียวกันในหน้าภาพรวม (69) นับเฉพาะคนที่มีคาบปิดยอดในไตรมาสนี้ ต่างกัน 14 คนคือคนที่ยังไม่ได้เลิกแต่ก็ไม่ได้เรียนในไตรมาสนี้ — คนกลุ่มนี้แหละที่กำลังจะกลายเป็นตัวเลขในหน้านี้เดือนหน้า

    ตารางล่างสุดยังขึ้นเป็นรหัสภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลไทย — "lapsed_credit_expired" คือเครดิตหมดอายุก่อนใช้หมด "course_finished_not_renewed" คือเรียนจบแล้วไม่ต่อ
    ตารางล่างสุดยังขึ้นเป็นรหัสภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลไทย — "lapsed_credit_expired" คือเครดิตหมดอายุก่อนใช้หมด "course_finished_not_renewed" คือเรียนจบแล้วไม่ต่อ
  5. 5

    เครดิตหมดอายุ — เงินที่ครอบครัวจ่ายมาแล้วไม่ได้ใช้

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "เครดิตหมดอายุ" เครดิตมีอายุ (ค่าเริ่มต้น 365 วัน แต่แต่ละล็อตถือวันหมดอายุของตัวเอง) พอถึงวันหมดอายุแล้วยังใช้ไม่หมด ระบบจะตัดส่วนที่เหลือทิ้ง เงินก้อนนั้นสถาบันเก็บไว้แล้วตั้งแต่วันที่ครอบครัวจ่าย จึงถือเป็นรายได้ที่รับรู้ได้ ณ วันที่ตัดยอด

    ตัวเลขคิดจากราคาต่อเครดิตของล็อตนั้น ๆ ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ซื้อ ไม่ใช่ราคาแพ็กเกจปัจจุบัน — หลักการเดียวกับหน้ารายได้ทุกประการ

    ช่องที่สามชื่อ "ล็อตที่ระงับการหมดอายุไว้" คือล็อตที่มีข้อโต้แย้งค้างอยู่ ระบบหยุดนับวันหมดอายุให้จนกว่าจะตัดสิน ตอนนี้เป็น 2 ซึ่งตรงกับจำนวนข้อโต้แย้งที่ค้างอยู่พอดี ถ้าตัวเลขนี้ค้างสูงนาน แปลว่ามีข้อโต้แย้งที่ไม่มีใครหยิบขึ้นมาตัดสิน ไม่ใช่เรื่องบัญชี

    สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอ่านตารางรายเดือน: เดือนในตารางคือเดือนที่ระบบ "ตัดยอด" ไม่ใช่เดือนที่เครดิตครบกำหนด ในข้อมูลตัวอย่าง ยอดทั้งปี ฿165,950 กองอยู่ในเดือน ก.ย. 2569 เดือนเดียว ทั้งที่ล็อตหกก้อนนั้นครบกำหนดกระจายกันตั้งแต่ปลาย ก.ค. ถึงปลาย ส.ค. ถ้าอ่านผ่าน ๆ จะสรุปว่า "เดือนกันยาเสียหายหนัก" ซึ่งผิด ความเสียหายเกิดมาสองเดือนแล้ว เพิ่งถูกลงบัญชีเดือนนี้

    ยอดที่โตขึ้นไม่ใช่ข่าวดี นี่คือเงินที่ครอบครัวจ่ายมาเพื่อการสอนที่ไม่ได้เกิดขึ้น ถ้ายอดนี้โตเร็วกว่ารายได้จากการสอน แปลว่าเราขายแพ็กเกจใหญ่เกินกว่าที่นักเรียนใช้ทัน หรือคิวจัดตารางช้าเกินไป ทั้งสองอย่างจบที่การไม่ต่อคอร์สในปีถัดไป

    เครดิตหมดอายุ · 12 เดือนล่าสุด

    • รายได้ที่รับรู้จากเครดิตหมดอายุ ฿165,950
    • เครดิตที่หมดอายุ 256 เครดิต (128 ชั่วโมงเรียนที่ไม่ได้เกิดขึ้น)
    • ล็อตที่ระงับการหมดอายุไว้ 2
    • ก.ย. 2569 ฿165,950 (256 เครดิต) — ทั้งปีอยู่ในบรรทัดเดียว

    หน้านี้ไม่มีปุ่มเลือกช่วงเวลา มันแสดง 12 เดือนล่าสุดเสมอ ถ้าอยากได้ยอดของไตรมาสเดียว ต้องบวกจากตารางรายเดือนเอง — และเพราะเดือนในตารางคือเดือนที่ตัดยอด ยอดไตรมาสที่บวกได้จึงไม่ใช่ "เครดิตที่ครบกำหนดในไตรมาสนี้"

    ตารางรายเดือนมีบรรทัดเดียว เพราะการตัดยอดของล็อตทั้งหกเกิดขึ้นวันเดียวกัน — บรรทัดเดียวแบบนี้คือสัญญาณว่างานตัดยอดเพิ่งวิ่ง ไม่ใช่ว่าเดือนนั้นแย่เป็นพิเศษ
    ตารางรายเดือนมีบรรทัดเดียว เพราะการตัดยอดของล็อตทั้งหกเกิดขึ้นวันเดียวกัน — บรรทัดเดียวแบบนี้คือสัญญาณว่างานตัดยอดเพิ่งวิ่ง ไม่ใช่ว่าเดือนนั้นแย่เป็นพิเศษ
  6. 6

    สถิติพฤติกรรม — รายงานที่มีไว้ตั้งคำถาม ไม่ใช่ตัดสิน

    เมนูซ้าย "รายงานผู้บริหาร" แล้วเลือก "สถิติพฤติกรรม" รายงานใบนี้ไม่ใช่รายงานธุรกิจ มันมีอยู่เพราะการกดปุ่มครั้งเดียวของครูขยับเงินสองฝั่งพร้อมกัน — ตัดเครดิตของนักเรียนเต็มจำนวน และจ่ายรายได้ให้ครูเต็มจำนวน — โดยไม่มีพยานคนที่สาม

    ตารางบนเป็นฝั่งครู ดูคอลัมน์ "กดไม่มาเรียน" คู่กับ "คาบที่ปิดยอด" เสมอ ระบบจะไม่แสดงอัตราส่วนถ้าครูสอนน้อยกว่า 5 คาบในช่วงนั้น เพราะ 1 ใน 2 คาบคิดเป็น 50% ซึ่งไม่ได้บอกอะไร

    ระบบระบายสีให้สองที่ ที่เดียวคือคอลัมน์ "อัตรา" จะเป็นสีเหลืองเมื่อถึง 25% อีกที่คือคอลัมน์ "โต้แย้งที่ชนะ" จะเป็นสีแดงทันทีที่มากกว่าศูนย์ ในข้อมูลตัวอย่างตอนนี้ไม่มีสีเลยสักช่อง และนี่คือบทเรียนของหน้านี้ — อย่ารอให้มีสี

    สิ่งที่กำลังมองหาคือคนที่ผิดจากเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ตัวเลขที่เกินเกณฑ์ ในข้อมูลตัวอย่าง ห้าคนล่างอยู่ที่ 2–6% ส่วน Earn อยู่ที่ 11% และ Ice อยู่ที่ 13% — สองเท่าของเพื่อน ทั้งที่ยังห่างจากเส้นสีเหลืองมาก แถวที่ควรเปิดดูคือ Ice เพราะมีทั้งอัตราสูงสุดและมีข้อโต้แย้งค้างอยู่หนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน

    คอลัมน์ "ถูกโต้แย้ง" กับ "โต้แย้งที่ชนะ" แยกกันโดยตั้งใจ ครูที่ถูกโต้แย้งแล้วผลออกมาว่าครูถูก คือครูที่ถูกร้องเรียน ไม่ใช่ครูที่ถูกจับได้ อย่ารวมสองตัวเลขนี้เป็นตัวเดียว และครูสองคนอาจมีตัวเลขเท่ากันด้วยเหตุผลตรงข้ามกัน — คนหนึ่งอาจได้นักเรียนกลุ่มที่มีแนวโน้มหลุดมากที่สุด รายงานนี้จึงเป็นจุดเริ่มของบทสนทนา ไม่ใช่ข้อสรุป และไม่มีเกณฑ์ไหนในระบบที่สั่งพักงานใครได้เอง

    ฝั่งครู · ไตรมาสนี้

    • Earn — 71 คาบ · กดไม่มาเรียน 8 · อัตรา 11% · ถูกโต้แย้ง 0
    • Ice — 56 คาบ · กดไม่มาเรียน 7 · อัตรา 13% · ถูกโต้แย้ง 1 · โต้แย้งที่ชนะ 0
    • Gun — 78 คาบ · 4 · 5% — Fern — 50 คาบ · 3 · 6%
    • Cake — 73 คาบ · 2 · 3% · ถูกโต้แย้ง 2 — Dew — 44 คาบ · 1 · 2%

    "กดไม่มาเรียน" หมายถึงครูบันทึกว่านักเรียนไม่มา ผลคือตัดเครดิตเต็มและครูได้รายได้เต็ม ก่อนเอาตัวเลขนี้ไปคุยกับใคร ให้เปิดฝั่งนักเรียนดูด้วยว่านักเรียนของครูคนนั้นโต้แย้งบ่อยผิดปกติหรือไม่ ตัวเลขที่สูงเพราะครูได้กลุ่มนักเรียนที่ขาดเรียนบ่อย กับตัวเลขที่สูงเพราะครูกดง่ายเกินไป หน้าตาเหมือนกันทุกประการในตารางนี้

    ไม่มีช่องไหนเป็นสีเลย แต่สองแถวบนสุดมีอัตราเป็นสองเท่าของห้าแถวล่าง — ระยะห่างระหว่างคนคือสิ่งที่ต้องอ่าน ไม่ใช่สี
    ไม่มีช่องไหนเป็นสีเลย แต่สองแถวบนสุดมีอัตราเป็นสองเท่าของห้าแถวล่าง — ระยะห่างระหว่างคนคือสิ่งที่ต้องอ่าน ไม่ใช่สี

อ่านสามใบให้เป็นเรื่องเดียว

รายงานหกใบไม่ได้เล่าหกเรื่อง มันเล่าเรื่องเดียวกันคนละมุมและคนละเวลา หัวข้อนี้สั้น แต่ถ้าอ่านหัวข้อเดียวในคู่มือนี้ ให้อ่านหัวข้อนี้

  1. 1

    ฿165,950 กับนักเรียนหกคน คือเหตุการณ์เดียวกัน

    เปิด "เครดิตหมดอายุ" จะเห็นยอด ฿165,950 จาก 256 เครดิต เปิด "การเลิกเรียน" จะเห็นว่ามีคนเลิกเรียน 8 คน ในจำนวนนั้น 6 คนระบุเหตุผลว่า lapsed_credit_expired คือเครดิตหมดอายุก่อนใช้หมด

    สองตัวเลขนี้กำลังพูดถึงเหตุการณ์เดียวกันจากคนละด้าน ใบหนึ่งบอกว่าเราได้เงินมา ฿165,950 โดยไม่ต้องสอน อีกใบบอกว่าเราเสียลูกค้าไปหกครอบครัวด้วยสาเหตุเดียวกันนั้น ไม่มีหน้าจอไหนต่อสองรายงานนี้ให้ ถ้าอยากยืนยันว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกันจริง ต้องเปิดบัตรนักเรียนรายคนดูที่แท็บ "เครดิตและการลงเรียน" — แต่ให้ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าใช่ เพราะมันมักจะใช่

    ที่อ่านได้จากหน้าจอตรง ๆ คือเวลา ตาราง "เหตุการณ์ที่บันทึกไว้แล้ว" บอกว่าคนหกคนนั้นหยุดเรียนในเดือน มี.ค. (2 คน) และ เม.ย. (4 คน) 2569 ส่วนตารางเครดิตหมดอายุบอกว่าเงินเพิ่งถูกรับรู้ในเดือน ก.ย. ห่างกันห้าเดือน สัญญาณมาถึงหน้า "การเลิกเรียน" ก่อนหน้า "เครดิตหมดอายุ" เกือบครึ่งปี ใครที่รอให้ยอดเครดิตหมดอายุขึ้นก่อนแล้วค่อยทำอะไร คือคนที่ช้าไปครึ่งปีทุกครั้ง

    สิ่งที่ควรทำกับข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่การดีใจกับ ฿165,950 แต่คือถามว่าทำไมหกครอบครัวถึงจ่ายเงินแล้วไม่ได้เรียน คำตอบมักอยู่ที่คิวจัดตารางหรือการเตือนก่อนหมดอายุ ทั้งสองอย่างไม่ใช่เรื่องราคา

    ระบบตั้งการเตือนก่อนเครดิตหมดอายุไว้ที่ 90, 30 และ 7 วัน ดูและแก้ได้ที่ "ตั้งค่า › กฎทางธุรกิจ" หมวด "เครดิต" ถ้าเหตุผล lapsed_credit_expired ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่มีการเตือนแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนวัน แต่อยู่ที่ข้อความไปไม่ถึงครอบครัว ซึ่งดูได้จากบัตรนักเรียนแท็บ "การติดต่อ"

  2. 2

    ข้อโต้แย้งสองเรื่องที่ค้าง โผล่อยู่ในสามหน้าจอ

    ข้อโต้แย้งที่ไม่มีใครตัดสินไม่ได้ค้างอยู่เฉพาะในคิวข้อโต้แย้ง มันค้างอยู่ในบัญชีด้วย และเห็นได้สามที่

    ที่หนึ่ง — หน้า "เครดิตหมดอายุ" ช่อง "ล็อตที่ระงับการหมดอายุไว้" ขึ้นเป็น 2 เพราะระบบหยุดนับวันหมดอายุของเครดิตที่กำลังเถียงกันอยู่

    ที่สอง — บัตรครู แท็บ "ค่าตอบแทน" ช่อง "รอตัดสิน" ของครู Cake ขึ้น ฿1,152.00 พร้อมกล่อง "รายได้ที่ถูกกักไว้" ที่ระบุชื่อนักเรียนและวันที่เรียนของคาบนั้น

    ที่สาม — คิว "ข้อโต้แย้ง" เอง ซึ่งบอกว่าเรื่องนี้รอมาแล้วกี่ชั่วโมง

    ทั้งสามที่คือเรื่องเดียวกัน และทั้งสามที่จะหายพร้อมกันในวินาทีที่ที่ปรึกษากดตัดสิน คุณตัดสินเองไม่ได้ แต่คุณเป็นคนเดียวที่เห็นว่ามันค้าง — ตัวกรอง "รอเกิน 48 ชม." ในคิวข้อโต้แย้งคือตัวเลขที่ควรอยู่ในสายตาคุณทุกสัปดาห์ ในข้อมูลตัวอย่างทั้งสองเรื่องอยู่ในตัวกรองนั้น และรอมานานกว่าเดือน

    กล่อง "รายได้ที่ถูกกักไว้" ในแท็บค่าตอบแทนของ Cake — ฿1,152.00 ก้อนนี้เป็นเลขเดียวกับที่ปรากฏในแผงรายละเอียดของข้อโต้แย้ง เปิดเทียบได้
    กล่อง "รายได้ที่ถูกกักไว้" ในแท็บค่าตอบแทนของ Cake — ฿1,152.00 ก้อนนี้เป็นเลขเดียวกับที่ปรากฏในแผงรายละเอียดของข้อโต้แย้ง เปิดเทียบได้

งานประจำเดือน

ต้นเดือน เมื่อเดือนก่อนหน้าปิดครบแล้ว ใช้ลำดับนี้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

  1. 1

    เปิด "รายได้" กด "เดือนที่แล้ว" แล้วดูตาราง "รายได้รายเดือน" ก่อน

    ตารางนี้ไม่สนใจปุ่มช่วงเวลา มันแสดง 12 เดือนล่าสุดเสมอ จึงเป็นที่เดียวที่เห็นรูปทรงของทั้งปีในครั้งเดียว

    ดูสามอย่าง: เดือนล่าสุดสูงหรือต่ำกว่าเดือนก่อน เดือนล่าสุดสูงหรือต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และมีเดือนไหนตกฮวบผิดปกติหรือไม่

    เดือนล่าสุดมักดูต่ำกว่าความจริงเล็กน้อยเสมอ เพราะคาบที่เพิ่งสอนยังอยู่ในช่วง 48 ชั่วโมงที่นักเรียนโต้แย้งได้ ยังไม่ปิดยอด ให้เทียบเดือนที่ปิดสนิทแล้วกับเดือนที่ปิดสนิทแล้วด้วยกัน

    ในข้อมูลตัวอย่าง เส้นไต่ขึ้นสี่เดือนติดจนถึง ก.ค. แล้วลดลง 20% ในเดือน ส.ค. ก่อนจะสรุปว่า ส.ค. แย่ ให้กลับไปดูหน้า "การลงทะเบียน" ก่อน — ยอดลงทะเบียนตกลงมาก่อนหน้านั้นสองเดือนแล้ว ส.ค. จึงไม่ใช่เดือนที่มีปัญหา แต่เป็นเดือนที่ปัญหาของ มิ.ย. เดินทางมาถึง

    รายได้รายเดือน · 12 เดือนล่าสุด

    • มี.ค. 2569 ฿23,300 · เม.ย. ฿67,350 · พ.ค. ฿160,800
    • มิ.ย. ฿378,150 · ก.ค. ฿487,050 (สูงสุด)
    • ส.ค. ฿391,150 · ก.ย. ฿19,800 (เดือนที่ยังไม่จบ)
    • ห้าเดือนก่อน มี.ค. เป็น ฿0 เพราะสาขายังไม่เปิดสอน

    ถ้าเดือนล่าสุดเป็น ฿0 ทั้งที่รู้ว่ามีการสอน ให้ตรวจก่อนว่าเลือกช่วงเวลาถูกหรือยัง แล้วค่อยสงสัยว่ามีคาบค้างไม่ได้บันทึกผล ซึ่งดูได้จากบัตรครูรายคน ช่อง "การบันทึกผล"

    ห้าเดือนแรกเป็นศูนย์เพราะยังไม่เปิดสอน ไม่ใช่เพราะขายไม่ได้ — เดือนที่เป็นศูนย์ก่อนเดือนแรกที่มีตัวเลข ให้ตัดทิ้งจากการอ่านแนวโน้มเสมอ
    ห้าเดือนแรกเป็นศูนย์เพราะยังไม่เปิดสอน ไม่ใช่เพราะขายไม่ได้ — เดือนที่เป็นศูนย์ก่อนเดือนแรกที่มีตัวเลข ให้ตัดทิ้งจากการอ่านแนวโน้มเสมอ
  2. 2

    ดูว่าเงินมาจากวิชาไหน

    เลื่อนขึ้นไปที่ตาราง "รายได้แยกตามวิชา" ในหน้าเดียวกัน คอลัมน์ขวาสุดของตารางนี้เป็น "ชั่วโมงที่สอน" ไม่ใช่จำนวนคาบ ทำให้เทียบวิชาที่ความยาวคาบต่างกันได้ตรง ๆ

    เอารายได้หารชั่วโมง จะได้รายได้ต่อชั่วโมงของแต่ละวิชา สิ่งที่ต้องหาไม่ใช่วิชาที่ต่ำสุด แต่คือวิชาที่หลุดจากกลุ่มของตัวเอง — วิชามัธยมปลายควรอยู่ด้วยกัน วิชามัธยมต้นควรอยู่ด้วยกัน ถ้าวิชามัธยมปลายวิชาหนึ่งไหลลงไปอยู่ในกลุ่มมัธยมต้น แปลว่ามันถูกขายรวมในแพ็กเกจใหญ่ที่ราคาต่อเครดิตถูกกว่ามากเกินไป

    รายได้แยกตามวิชา · ไตรมาสนี้ (ตัวเลขในวงเล็บคือบาทต่อชั่วโมง)

    • คณิตศาสตร์ 2 ฿186,350 · 132 ชม. (฿1,412)
    • เคมี 1 ฿181,850 · 128 ชม. (฿1,421)
    • ฟิสิกส์ 1 ฿167,500 · 117 ชม. (฿1,432)
    • ภาษาอังกฤษ 1 ฿124,950 · 101 ชม. (฿1,237)
    • วิทยาศาสตร์ 1 ฿119,250 · 95.5 ชม. (฿1,249) · คณิตศาสตร์ 1 ฿118,100 · 95 ชม. (฿1,243)
    สามแถวบนอยู่ราว ฿1,410–1,430 ต่อชั่วโมง สามแถวล่างอยู่ราว ฿1,240–1,250 ช่องว่างระหว่างแถวที่สามกับสี่คือเส้นแบ่งมัธยมปลายกับมัธยมต้น ไม่ใช่เส้นแบ่งวิชาดีกับวิชาแย่
    สามแถวบนอยู่ราว ฿1,410–1,430 ต่อชั่วโมง สามแถวล่างอยู่ราว ฿1,240–1,250 ช่องว่างระหว่างแถวที่สามกับสี่คือเส้นแบ่งมัธยมปลายกับมัธยมต้น ไม่ใช่เส้นแบ่งวิชาดีกับวิชาแย่
  3. 3

    ดูการใช้ห้อง

    เปิด "อัตราการใช้งาน" เลื่อนลงมาที่หัวข้อ "การใช้ห้อง" สามช่องบนบอกว่าในช่วงนั้นมีคาบทั้งหมดกี่คาบ สอนออนไลน์กี่คาบ (พร้อมเปอร์เซ็นต์) และใช้ห้องจริงกี่คาบ

    ตัวเลข "คาบทั้งหมด" ในหน้านี้จะมากกว่า "คาบที่สอน" ในหน้าภาพรวม เพราะหน้านี้นับคาบที่ไม่ได้ถูกยกเลิกทั้งหมด รวมคาบที่ยังไม่ปิดยอดและคาบที่ยังโต้แย้งกันอยู่ ส่วนหน้าภาพรวมนับเฉพาะคาบที่ปิดยอดจนมีรายได้แล้ว สองตัวเลขนี้ตอบคนละคำถาม อย่าเอามาลบกันแล้วสรุป

    ตารางห้องรายงานเป็นชั่วโมงที่ถูกจอง ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่ได้กำหนดเวลาเปิดทำการของห้องในระบบ จึงไม่มีตัวหาร ถ้าอยากรู้ว่าห้องคุ้มไหม ต้องเอาชั่วโมงที่ถูกจองไปเทียบกับเวลาเปิดจริงที่คุณรู้เอง

    รูปร่างที่ปกติในข้อมูลตัวอย่าง: ห้องสามห้องถูกใช้ใกล้เคียงกัน (94.5, 77, 76 ชม.) ถ้าห้องหนึ่งพุ่งขึ้นและอีกสองห้องนิ่ง ให้ถามคนจัดตารางว่าเป็นเพราะห้องนั้นดีกว่าจริง หรือเป็นเพราะคนจองเลือกห้องแรกในรายการเสมอ

    การใช้ห้อง · ไตรมาสนี้

    • คาบทั้งหมด 498 · สอนออนไลน์ 332 (67%) · ใช้ห้องจริง 166
    • ห้อง 1 — 94.5 ชม. · 63 คาบ
    • ห้อง 2 — 77 ชม. · 53 คาบ
    • ห้อง 3 — 76 ชม. · 50 คาบ
    • เทียบกับหน้าภาพรวม: คาบที่สอน (ปิดยอดแล้ว) 450 คาบ — ต่างกัน 48 คาบ
    สามช่องบนคือที่มาของทุกอย่างในหัวข้อนี้ — 498 คาบทั้งหมด ในนั้น 166 คาบใช้ห้องจริง ส่วนต่าง 48 คาบระหว่าง 498 กับ 450 ในหน้าภาพรวม คือคาบที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่กลายเป็นรายได้
    สามช่องบนคือที่มาของทุกอย่างในหัวข้อนี้ — 498 คาบทั้งหมด ในนั้น 166 คาบใช้ห้องจริง ส่วนต่าง 48 คาบระหว่าง 498 กับ 450 ในหน้าภาพรวม คือคาบที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่กลายเป็นรายได้
  4. 4

    ปิดท้ายด้วยฝั่งนักเรียนของสถิติพฤติกรรม

    เปิด "สถิติพฤติกรรม" เลือกช่วงเวลาเดียวกับที่ใช้อ่านรายได้ แล้วเลื่อนลงมาที่ตารางล่างชื่อ "นักเรียน"

    ตารางนี้แสดงเฉพาะนักเรียนที่เคยโต้แย้ง การโต้แย้งเป็นสิทธิ์ของนักเรียน ไม่ใช่พฤติกรรมที่ผิด สิ่งที่กำลังดูคือมีใครโต้แย้งเกือบทุกคาบหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าครูกับนักเรียนคู่นั้นเข้าใจตรงกันตั้งแต่แรกไม่ได้ ควรส่งให้ที่ปรึกษาไปคุย ไม่ใช่ส่งให้ฝ่ายบัญชี

    รูปร่างที่ปกติ: ทุกคนโต้แย้งคนละครั้งเดียว และอัตราอยู่ที่ 13–17% เพราะมีคาบน้อย ไม่ใช่เพราะโต้แย้งเยอะ ตารางที่มีสี่แถวและทุกแถวเป็นเลข 1 คือตารางที่ไม่มีอะไรต้องทำ

    รูปร่างที่ต้องถามต่อ: มีชื่อเดียวที่คอลัมน์ "โต้แย้ง" เป็นเลขสองหลัก หรืออัตราเกิน 50% นั่นคือคู่ครู–นักเรียนที่ต้องคุย ไม่ใช่นักเรียนที่ต้องเตือน

    แถวที่คอลัมน์ "อัตรา" เป็นขีด "—" คือแถวที่มีคาบน้อยกว่า 5 คาบ ระบบไม่คิดเปอร์เซ็นต์ให้ อย่าคิดเอง

    ชื่อในตารางนี้เป็นชื่อเล่นตามด้วยอักษรแรกของนามสกุล — "ปิ่น พ" กับ "ปิ่น ท" เป็นคนละคน ก่อนเอาไปคุยกับใคร ให้ยืนยันตัวคนจากบัตรนักเรียนก่อนเสมอ
    ชื่อในตารางนี้เป็นชื่อเล่นตามด้วยอักษรแรกของนามสกุล — "ปิ่น พ" กับ "ปิ่น ท" เป็นคนละคน ก่อนเอาไปคุยกับใคร ให้ยืนยันตัวคนจากบัตรนักเรียนก่อนเสมอ

อนุมัติแพ็กเกจและโปรโมชัน

นี่คืองานที่มีแต่คุณทำได้ และเป็นงานที่ทำให้กฎข้อหนึ่งเป็นจริง — คนที่กรอกราคาไม่ใช่คนที่ตัดสินราคา

  1. 1

    เปิดคิว แล้วดูว่ามีอะไรรออยู่

    เมนูซ้าย กลุ่ม "หลักสูตร" แล้วเลือก "อนุมัติ" (ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม "รายงานผู้บริหาร" เพราะการอนุมัติแพ็กเกจเป็นงานหลักสูตร มันจึงถูกวางไว้ข้างแพ็กเกจที่มันอนุมัติ) หรือกดการ์ด "อนุมัติแพ็กเกจและโปรโมชัน" ในหน้าภาพรวม ถ้าการ์ดนั้นมีตัวเลขสีทองอยู่ด้านขวา นั่นคือจำนวนรายการที่รออยู่

    ถ้าไม่มีอะไรค้าง หน้าจะขึ้นว่า "ไม่มีรายการรออนุมัติ" พร้อมบรรทัดอธิบายว่า "แพ็กเกจและโปรโมชันที่สร้างใหม่จะมาปรากฏที่นี่ก่อนนำไปใช้กับใบเสนอราคาได้" — ในระบบตัวอย่างตอนนี้เป็นแบบนี้ เพราะแพ็กเกจทั้งสี่รายการถูกอนุมัติไปตั้งแต่ตอนเปิดระบบแล้ว

    เมื่อมีรายการค้าง แต่ละใบจะบอกรหัส ชื่อ ระดับชั้น จำนวนเครดิต ราคาปัจจุบัน และวันที่สร้าง พร้อมปุ่ม "อนุมัติ" ที่มุมขวา ถ้ายังไม่มีใครตั้งราคาไว้ ตรงราคาจะขึ้นเป็นสีแดงว่า "ยังไม่ได้ตั้งราคา" — อย่าอนุมัติใบนั้น ให้ส่งกลับไปตั้งราคาก่อน เพราะการอนุมัติของที่ไม่มีราคาคือการปล่อยให้คนขายกรอกราคาเองตอนคุยกับลูกค้า

    ไม่มีปุ่มยกเลิกการอนุมัติ ถ้าอนุมัติผิด ทางแก้คือไปที่หน้าแพ็กเกจ แล้วกด "หยุดขาย" ซึ่งจะทำให้ขายไม่ได้แต่ยังเหลือร่องรอยว่าเคยอนุมัติไว้ในบันทึกการใช้งาน ระบบตั้งใจไม่ลบประวัติการตัดสินใจ

    ข้อความว่างของหน้านี้บอกด้วยว่าของที่สร้างใหม่จะมาโผล่ที่นี่ก่อนถึงจะเอาไปใส่ใบเสนอราคาได้ — คิวว่างจึงแปลว่าไม่มีของใหม่ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครใช้หน้านี้
    ข้อความว่างของหน้านี้บอกด้วยว่าของที่สร้างใหม่จะมาโผล่ที่นี่ก่อนถึงจะเอาไปใส่ใบเสนอราคาได้ — คิวว่างจึงแปลว่าไม่มีของใหม่ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครใช้หน้านี้
  2. 2

    การอนุมัติแปลว่าอะไรในทางการค้า

    แพ็กเกจที่ยังไม่อนุมัติจะเป็นของนิ่ง ๆ ที่ไม่มีใครขายได้ ที่ปรึกษาเลือกมันใส่ใบเสนอราคาไม่ได้ นักเรียนจึงไม่มีทางเห็นราคาที่ยังไม่ผ่านสายตาคุณ

    พอกดอนุมัติ แพ็กเกจจะพร้อมขายทันที และระบบบันทึกชื่อคุณกับเวลาไว้ทั้งบนตัวแพ็กเกจเองและในบันทึกการใช้งาน สิ่งที่ตอบได้ภายหลังคือ "ใครเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ และเมื่อไร" ซึ่งเป็นคำถามที่จะถูกถามจริงตอนส่วนลดก้อนหนึ่งกลายเป็นปัญหา

    ดูสถานะได้ที่เมนูซ้าย กลุ่ม "หลักสูตร" แล้วเลือก "แพ็กเกจและราคา" (หัวข้อบนหน้าจะเขียนสั้น ๆ ว่า "แพ็กเกจ") คอลัมน์ขวาสุดชื่อ "สถานะการอนุมัติ" จะบอกว่า "ใช้งาน" พร้อมวันที่และชื่อผู้อนุมัติ ส่วนแพ็กเกจที่อนุมัติแล้วแต่ถูกหยุดขายจะขึ้นว่า "อนุมัติแล้ว · ยังไม่เปิดขาย"

    หน้าแพ็กเกจ · ราคาปัจจุบันของทั้งสี่รายการ

    • G1-20 มัธยมต้น 20 ชม. · 40 เครดิต · ฿26,000
    • G1-40 มัธยมต้น 40 ชม. · 80 เครดิต · ฿48,000
    • G2-20 มัธยมปลาย 20 ชม. · 40 เครดิต · ฿30,000
    • G2-40 มัธยมปลาย 40 ชม. · 80 เครดิต · ฿56,000
    • ทั้งสี่รายการ: ใช้งาน · 13 ม.ค. 2569 · Dino · Management
    คอลัมน์ขวาสุดของแต่ละแถว — บรรทัดใต้คำว่า "ใช้งาน" คือวันที่และชื่อคนที่อนุมัติแพ็กเกจนั้น สังเกตว่าราคาต่อเครดิตของ G2-40 (฿700) สูงกว่า G1-40 (฿600) นี่คือที่มาของช่องว่างราคาต่อชั่วโมงในตารางวิชา
    คอลัมน์ขวาสุดของแต่ละแถว — บรรทัดใต้คำว่า "ใช้งาน" คือวันที่และชื่อคนที่อนุมัติแพ็กเกจนั้น สังเกตว่าราคาต่อเครดิตของ G2-40 (฿700) สูงกว่า G1-40 (฿600) นี่คือที่มาของช่องว่างราคาต่อชั่วโมงในตารางวิชา
  3. 3

    ราคาเป็นเวอร์ชัน ไม่ได้ทับของเดิม

    ในหน้าแพ็กเกจ แต่ละแถวมีลิงก์ "ประวัติราคา" พร้อมจำนวนเวอร์ชันในวงเล็บ กดเข้าไปจะเห็นตารางของทุกราคาที่เคยใช้ คอลัมน์คือ ราคา · ต่อเครดิต · มีผลตั้งแต่ · ถึง · เหตุผลการเปลี่ยนราคา · ผู้กรอก / ผู้รับรอง แถวที่ใช้อยู่จะมีคำว่า "ใช้อยู่ตอนนี้" กำกับ

    ตอนตั้งราคาใหม่ ระบบจะปิดเวอร์ชันเดิมที่วันที่มีผลใหม่ ไม่ได้ลบทิ้ง หน้าจอเขียนไว้ตรง ๆ ว่า "การตั้งราคาใหม่จะสร้างเวอร์ชันใหม่ ไม่แก้ไขราคาเดิม ยอดขายย้อนหลังจะไม่เปลี่ยน"

    ฟอร์ม "ตั้งราคาใหม่" อยู่ล่างสุดของหน้าเดียวกัน มีสามช่อง คือ "ราคาใหม่ (บาท)" "มีผลตั้งแต่" และ "เหตุผลการเปลี่ยนราคา" ทั้งสามช่องบังคับกรอก ใต้ช่องวันที่เขียนว่า "เวอร์ชันปัจจุบันจะถูกปิดที่วันนี้ ไม่ถูกลบ" ปุ่มสุดท้ายเขียนว่า "สร้างเวอร์ชันราคาใหม่"

    ใต้ช่องเหตุผลมีบรรทัดว่า "ระบบจะบันทึกชื่อผู้กรอกไว้กับเวอร์ชันนี้ — ผู้กรอกไม่ใช่ผู้ตัดสิน" ตารางประวัติราคาจึงมีคอลัมน์ "ผู้กรอก / ผู้รับรอง" แยกสองชื่อไว้ คนที่พิมพ์ตัวเลขกับคนที่รับรองตัวเลขไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน

    จำนวนเครดิตของแพ็กเกจที่เคยมีประวัติราคาแล้วจะแก้ไม่ได้ ในฟอร์มแก้ไขแพ็กเกจจะเขียนว่า "แก้ไม่ได้ — แพ็กเกจนี้มีประวัติราคาแล้ว อัตราต่อเครดิตของทุกเวอร์ชันคำนวณจากจำนวนนี้" ถ้าจะเปลี่ยนจำนวนเครดิต ต้องสร้างแพ็กเกจใหม่

    ประวัติราคาของ G1-40 (มัธยมต้น 40 ชม. · 80 เครดิต)

    • ฿48,000 · ต่อเครดิต ฿600 · มีผลตั้งแต่ 3 พ.ค. 2569 · ใช้อยู่ตอนนี้
    • เหตุผล: ปรับราคาประจำปี / Annual adjustment
    • ฿44,000 · ต่อเครดิต ฿550 · 13 ม.ค. 2569 ถึง 3 พ.ค. 2569
    • เหตุผล: ราคาเปิดตัว / Launch pricing
    เวอร์ชันเก่า ฿44,000 ยังอยู่ครบพร้อมช่วงวันที่ของมัน — นักเรียนที่ซื้อก่อน 3 พ.ค. ยังถูกนับด้วยราคา ฿550 ต่อเครดิตในรายงานตลอดไป ฟอร์มด้านล่างคือที่ตั้งราคาใหม่ ในภาพยังไม่ได้กรอก
    เวอร์ชันเก่า ฿44,000 ยังอยู่ครบพร้อมช่วงวันที่ของมัน — นักเรียนที่ซื้อก่อน 3 พ.ค. ยังถูกนับด้วยราคา ฿550 ต่อเครดิตในรายงานตลอดไป ฟอร์มด้านล่างคือที่ตั้งราคาใหม่ ในภาพยังไม่ได้กรอก

ส่วนแบ่งรายได้ของครู

อัตราส่วนรายได้คือเปอร์เซ็นต์ของค่าเรียนที่ตกเป็นของครู คุณเป็นคนเดียวที่ตั้งได้ และมันเป็นตัวเลขเดียวในระบบที่ตัดสินว่าคนคนหนึ่งได้เงินเท่าไร หัวข้อนี้จะไม่บอกเฉย ๆ ว่ามันไม่ย้อนหลัง แต่จะพาคุณไปดูของจริงบนหน้าจอ

  1. 1

    เปิดบัตรครู แล้วไปแท็บ "ค่าตอบแทน"

    เมนูซ้าย กลุ่ม "หลักสูตร" แล้วเลือก "ครู" หน้าจะเปิดเป็นตารางรายชื่อครู กดที่แถวของคนที่ต้องการ

    ในบัตรครูมีแท็บเรียงกันอยู่ ได้แก่ "ภาพรวม" "คุณสมบัติการสอน" "เวลาว่าง" "นักเรียน" "รายงานที่เขียน" "ค่าตอบแทน" และ "การลาออก" กดแท็บ "ค่าตอบแทน"

    ด้านบนของแท็บมีสามยอด คือ "ยืนยันแล้ว" "รอยืนยัน" และ "รอตัดสิน" — "รอยืนยัน" คือคาบที่สอนแล้วแต่ยังอยู่ในช่วง 48 ชั่วโมงที่นักเรียนโต้แย้งได้ ส่วน "รอตัดสิน" คือเงินที่ถูกกักไว้เพราะมีข้อโต้แย้งที่ยังไม่มีใครตัดสิน ถ้ายอดที่สองค้างนาน นั่นไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือข้อโต้แย้งที่ไม่มีใครหยิบ

    ถัดลงมาเป็นตาราง "รายเดือน" บอกจำนวนคาบ ชั่วโมง และรายได้ของครูคนนั้นรายเดือน หน้านี้ไม่ใช่ระบบเงินเดือน มันตอบได้แค่ว่าสอนอะไรไปและได้เท่าไร

    แท็บ "ค่าตอบแทน" ของครู Dew (T004)

    • ยืนยันแล้ว ฿92,364.00 · รอยืนยัน ฿882.00 · รอตัดสิน ฿0.00
    • ก.ย. 69 — 1 คาบ · 1 ชม. · ฿882.00
    • ส.ค. 69 — 21 คาบ · 33 ชม. · ฿28,161.00
    • ก.ค. 69 — 23 คาบ · 35.5 ชม. · ฿30,019.50
    • พ.ค. 69 — 12 คาบ · 18 ชม. · ฿14,016.00 · เม.ย. 69 — 5 คาบ · 7.5 ชม. · ฿5,520.00
    คอลัมน์ "ชั่วโมง" กับคอลัมน์ "รายได้" อยู่ติดกัน แต่ห้ามเอามาหารกันเพื่อหาค่าตัวต่อชั่วโมง — ราคาต่อเครดิตของแต่ละคาบไม่เท่ากัน และอัตราส่วนของครูอาจเปลี่ยนกลางเดือนได้
    คอลัมน์ "ชั่วโมง" กับคอลัมน์ "รายได้" อยู่ติดกัน แต่ห้ามเอามาหารกันเพื่อหาค่าตัวต่อชั่วโมง — ราคาต่อเครดิตของแต่ละคาบไม่เท่ากัน และอัตราส่วนของครูอาจเปลี่ยนกลางเดือนได้
  2. 2

    พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าอัตราคิดตามวันที่สอน

    เลื่อนลงสุดของแท็บจะเจอหัวข้อ "อัตราส่วนรายได้" มีตัวเลขใหญ่ใต้คำว่า "อัตราที่ใช้อยู่" และใต้ลงมาคือ "ประวัติอัตราส่วน" ที่แสดงทุกเวอร์ชันพร้อมช่วงวันที่ เหตุผล และชื่อคนตั้ง ของครู Dew คือ 63.00% ตั้งแต่ 16 พ.ค. 2569 และก่อนหน้านั้นเป็น 60.00% ตั้งแต่ 5 ต.ค. 2568

    ทดสอบข้อแรก — อัตราปัจจุบันตรงกับรายได้ปัจจุบันจริงไหม ไตรมาสนี้ (ก.ค.–ก.ย.) อยู่หลังวันขึ้นอัตราทั้งไตรมาส เปิดหน้า "รายได้" ตั้งช่วงเวลาเป็น "ไตรมาสนี้" จะเห็นว่าคาบของ Dew ทำรายได้ให้สาขา ฿93,750 กลับมาที่ตารางรายเดือนแล้วบวกสามเดือน: ฿30,019.50 + ฿28,161.00 + ฿882.00 = ฿59,062.50 หารด้วย ฿93,750 ได้ 63.00% พอดี — ตรงกับอัตราที่ใช้อยู่

    ทดสอบข้อสอง และอันนี้คือของจริง — เดือน เม.ย. 69 Dew ได้ ฿5,520.00 ซึ่งคิดที่ 60% ของค่าเรียน ฿9,200 ไม่ใช่ 63% ทั้งที่วันนี้อัตราของเธอเป็น 63% แล้ว การขึ้นอัตราเมื่อ 16 พ.ค. ไม่ได้ย้อนไปแตะเดือน เม.ย. แม้แต่บาทเดียว

    ทดสอบข้อสาม เดือน พ.ค. คือเดือนที่คร่อมวันขึ้นอัตราพอดี 12 คาบในเดือนนั้นถูกคิดคนละอัตรา — 5 คาบแรกที่สอนก่อนวันที่ 16 คิดที่ 60% อีก 7 คาบคิดที่ 63% รวมได้ ฿14,016.00 ซึ่งไม่เท่ากับ 60% และไม่เท่ากับ 63% ของค่าเรียนทั้งเดือน ถ้าเอา ฿14,016 ไปหารด้วยอัตราใดอัตราหนึ่งแล้วได้เลขแปลก ๆ นั่นไม่ใช่ระบบผิด นั่นคือหลักฐานว่าระบบคิดทีละคาบ

    ทำสามข้อนี้ครั้งเดียวกับครูคนหนึ่ง แล้วคุณจะตอบคำถาม "ทำไมค่าตอบแทนของฉันเดือนพฤษภาไม่ตรงกับเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกันไว้" ได้โดยไม่ต้องเปิดคู่มือ

    ทำแบบเดียวกันกับครูที่ไม่เคยขึ้นอัตราก็ได้ ครู Cake อยู่ที่ 48.00% มาตลอด รายได้สามเดือนของเธอในไตรมาสนี้ (฿31,656.00 + ฿36,792.00 + ฿2,208.00 = ฿70,656.00) หารด้วยรายได้ที่หน้า "รายได้" แสดงไว้ (฿147,200) ได้ 48.00% เป๊ะ ๆ ไม่มีเศษ เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนกลางทาง

  3. 3

    ตั้งอัตราส่วนใหม่

    ในกรอบล่างสุดของหัวข้อ "อัตราส่วนรายได้" มีสองช่อง คือ "อัตราส่วนใหม่ (%)" และ "เหตุผล · จำเป็นต้องกรอก" ช่องแรกจะมีอัตราปัจจุบันใส่ไว้ให้แล้ว ต้องแก้เป็นเลขใหม่เอง กรอกครบสองช่องแล้วกดปุ่ม "ตั้งอัตราส่วนใหม่"

    ไม่มีช่องให้เลือกวันที่มีผล และนั่นคือความตั้งใจ อัตราใหม่เริ่มมีผลตอนนี้ อัตราเดิมปิดตอนนี้ บรรทัดเทาใต้ฟอร์มเขียนไว้ว่า "อัตราใหม่มีผลตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ไม่ย้อนหลัง — คาบที่สอนไปแล้วยังคิดตามเวอร์ชันที่ใช้ในวันนั้น" ซึ่งคือสิ่งที่คุณเพิ่งพิสูจน์ด้วยมือไปในขั้นก่อนหน้า

    เหตุผลที่บังคับกรอกก็เพราะคำถาม "ทำไมส่วนแบ่งของฉันเปลี่ยนตอนเดือนมีนาคม" เป็นคำถามที่ถูกถามจริง และคำตอบควรอยู่ในระบบ ไม่ใช่ในความจำของใคร เขียนให้คนที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมวันนั้นอ่านรู้เรื่อง

    ถ้ายังไม่เคยตั้งอัตราให้ครูคนนั้นเลย ระบบจะใช้ค่าเริ่มต้นจากหน้า "ตั้งค่า" และหน้าจอจะบอกว่า "ยังไม่ได้ตั้งค่า — ระบบจะใช้ค่าเริ่มต้นจากการตั้งค่าธุรกิจ"

    ค่าที่ใส่ได้คือ 0 ถึง 100 ถ้าใส่นอกช่วงนี้ระบบจะขึ้นแถบแดงว่า "อัตราต้องอยู่ระหว่าง 0–100%" และไม่บันทึกให้ ถ้าลืมกรอกเหตุผลจะขึ้นว่า "ต้องระบุเหตุผล" กดปุ่มแล้วบันทึกทันที ไม่มีหน้ายืนยันอีกชั้น และไม่มีปุ่มลบเวอร์ชันที่สร้างไปแล้ว ถ้าพิมพ์เลขผิดต้องตั้งเวอร์ชันใหม่ทับ และประวัติจะมีสามบรรทัดให้เห็นตลอดไป

    ในภาพกรอกไว้แล้วแต่ยังไม่ได้กดปุ่ม — เหนือฟอร์มคือประวัติสองเวอร์ชันของ Dew ที่คร่อมวันที่ 16 พ.ค. 2569 และใต้ฟอร์มคือบรรทัดที่ย้ำว่าอัตราใหม่ไม่ย้อนหลัง
    ในภาพกรอกไว้แล้วแต่ยังไม่ได้กดปุ่ม — เหนือฟอร์มคือประวัติสองเวอร์ชันของ Dew ที่คร่อมวันที่ 16 พ.ค. 2569 และใต้ฟอร์มคือบรรทัดที่ย้ำว่าอัตราใหม่ไม่ย้อนหลัง

กฎทางธุรกิจ — ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังทุกรายงาน

เมนูซ้าย กลุ่ม "ตั้งค่า" แล้วเลือก "กฎทางธุรกิจ" หน้านี้คือที่เก็บคำตอบของคำถามทางธุรกิจที่ยังไม่ได้ตัดสินตอนสร้างระบบ แก้ได้โดยไม่ต้องให้โปรแกรมเมอร์ปล่อยเวอร์ชันใหม่ และทุกการแก้ถูกบันทึกว่าใครแก้ จากค่าอะไรเป็นค่าอะไร

  1. 1

    อ่านหน้านี้ให้เป็น ก่อนจะแก้อะไร

    ด้านซ้ายเป็นรายชื่อหมวด — การยกเลิก · เครดิต · การปิดคาบ · ครู · ใบเสนอราคา · การแจ้งเตือน · ใบเสร็จ · การต่อคอร์ส · การจอง · การชำระเงิน ตัวเลขข้างหมวดไม่ใช่จำนวนกฎในหมวดนั้น แต่คือจำนวนกฎที่ยังไม่มีใครยืนยัน

    แต่ละกฎแสดงสามอย่าง คือค่าที่ใช้อยู่ ค่าเริ่มต้นที่ระบบตั้งมาให้ และป้ายสถานะ ป้าย "ยังไม่ได้ยืนยัน" สีเหลืองไม่ได้แปลว่ากฎนั้นเสียหรือใช้ไม่ได้ มันแปลว่าค่านั้นยังเป็นค่าที่ระบบเดาไว้ให้ และยังไม่มีใครในสถาบันยืนยันว่าตกลงเอาแบบนี้ พอมีคนกดบันทึกค่าใด ๆ (แม้จะเป็นค่าเดิม) ป้ายจะเปลี่ยนเป็น "ลูกค้ายืนยันแล้ว" สีเขียว

    สามกฎที่กระทบตัวเลขในคู่มือนี้โดยตรง: "อายุเครดิต (วัน)" ในหมวดเครดิต (ค่าเริ่มต้น 365) เป็นตัวกำหนดว่าเงินจะไปโผล่ในรายงานเครดิตหมดอายุเมื่อไร · "เตือนก่อนเครดิตหมดอายุ (วัน)" (ค่าเริ่มต้น 90, 30, 7) เป็นเครื่องมือชิ้นเดียวที่คุณมีสำหรับลดยอดนั้น · และ "อัตราส่วนรายได้เริ่มต้น" ในหมวดครู ซึ่งใช้กับครูที่คุณยังไม่ได้ตั้งอัตราให้

    กฎที่ยาวกว่านั้นให้ปล่อยไว้ก่อน หน้านี้ไม่ใช่หน้าที่ควรไล่แก้ให้ครบในวันแรก การเปลี่ยนกฎเรื่องเงินโดยไม่ได้ตกลงกับใคร คือการเปลี่ยนสัญญากับครูและครอบครัวโดยไม่บอกใคร

    กับดักหน่วยที่ต้องระวัง: ช่อง "อัตราส่วนรายได้เริ่มต้น" ในหน้านี้กรอกเป็น basis point ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ — 5000 คือ 50% ใส่ได้ 0 ถึง 10000 ส่วนช่องอัตราส่วนรายบุคคลในบัตรครูกรอกเป็นเปอร์เซ็นต์ 0 ถึง 100 ถ้าพิมพ์ 50 ลงในหน้านี้ คุณเพิ่งตั้งอัตราเริ่มต้นไว้ที่ 0.5% หน้าจอบอกหน่วยไว้ในวงเล็บท้ายชื่อกฎ อ่านให้ครบก่อนกรอก

    หมวด "การยกเลิก" มีสามกฎและทั้งสามยังเป็นสีเหลือง "ยังไม่ได้ยืนยัน" — สามคำถามเรื่องเงินที่ยังไม่มีใครตอบ ไม่ใช่สามข้อผิดพลาด
    หมวด "การยกเลิก" มีสามกฎและทั้งสามยังเป็นสีเหลือง "ยังไม่ได้ยืนยัน" — สามคำถามเรื่องเงินที่ยังไม่มีใครตอบ ไม่ใช่สามข้อผิดพลาด

สิ่งที่คุณจะเห็นแต่ตัดสินไม่ได้

ขอบเขตของบัญชีนี้ถูกวางไว้ตั้งใจ อ่านสองข้อนี้ให้จบ จะได้ไม่เสียเวลาหาปุ่มที่ไม่มี

  1. 1

    ข้อมูลผู้ปกครองถูกซ่อนจากคุณ

    คุณเปิดบัตรนักเรียนได้ทุกคน (เมนูซ้าย กลุ่ม "นักเรียน" แล้วเลือก "นักเรียน") และเห็นเครดิตคงเหลือ การมาเรียน คาบเรียน รายงานการเรียน การเงิน และประวัติการติดต่อได้

    แท็บ "ผู้ปกครองและโปรไฟล์" เปิดได้ แต่ในบัญชีของคุณจะไม่มีส่วน "ผู้ปกครอง" อยู่ในนั้นเลย — ไม่ใช่มีหัวข้อว่าง ๆ ที่ชวนให้เข้าใจผิดว่านักเรียนคนนี้ไม่มีผู้ปกครอง แต่คือไม่มีหัวข้อนั้นให้เห็น สิ่งที่เหลืออยู่ในแท็บคือความยินยอม (PDPA) ซึ่งคุณดูได้

    ถ้าต้องติดต่อครอบครัว ให้ผ่านที่ปรึกษาของนักเรียนคนนั้น ชื่อที่ปรึกษาอยู่บนหัวบัตรนักเรียนอยู่แล้ว ในภาพตัวอย่างเขียนว่า "ที่ปรึกษา Ploy · Counselor" ไม่ต้องไปเดาว่าใครดูแล

    หลักที่ระบบใช้คือ ถ้าบัญชีไม่มีสิทธิ์เห็นอะไร ระบบจะไม่แสดงส่วนนั้นเลย แทนที่จะแสดงเป็นส่วนว่าง เพราะส่วนว่างอ่านเหมือน "ไม่มีข้อมูล" ซึ่งเป็นคำตอบคนละเรื่องกับ "คุณดูไม่ได้" เจอหน้าจอที่หายไปทั้งส่วนเมื่อไร ให้แปลว่าเป็นเรื่องสิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องข้อมูลขาด

    แท็บ "ผู้ปกครองและโปรไฟล์" ของนักเรียนที่มีผู้ปกครองในระบบ — ไม่มีหัวข้อผู้ปกครองปรากฏเลย เหลือแต่ความยินยอม นี่คือหน้าตาของ "ไม่มีสิทธิ์เห็น" ในระบบนี้
    แท็บ "ผู้ปกครองและโปรไฟล์" ของนักเรียนที่มีผู้ปกครองในระบบ — ไม่มีหัวข้อผู้ปกครองปรากฏเลย เหลือแต่ความยินยอม นี่คือหน้าตาของ "ไม่มีสิทธิ์เห็น" ในระบบนี้
  2. 2

    ข้อโต้แย้ง — อ่านได้ ตัดสินไม่ได้

    เมนูซ้าย กลุ่ม "หลังคาบเรียน" แล้วเลือก "ข้อโต้แย้ง" หน้าจะเปิดเป็นตารางของเรื่องที่ยังไม่ตัดสิน บอกชื่อนักเรียน ครู เหตุผลที่โต้แย้ง เครดิตที่เกี่ยวข้อง วันที่เรียน และเวลาที่รอมาแล้ว

    บนตารางมีบรรทัดว่า "รายได้ครูของคาบที่ถูกโต้แย้งถูกกักไว้ และเครดิตที่เกี่ยวข้องจะไม่หมดอายุจนกว่าจะตัดสิน" นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขในรายงานอื่นค้างเมื่อคิวนี้ค้าง

    ปุ่มท้ายแถวเขียนว่า "ดูรายละเอียด" ไม่ใช่ "ตัดสิน" กดแล้วแผงด้านข้างจะเปิดขึ้นมา หัวแผงยังเขียนว่า "ตัดสินข้อโต้แย้ง" ซึ่งเป็นชื่อของแผงไม่ใช่คำสั่งให้คุณทำ ในแผงคุณอ่านได้ครบ — สิ่งที่นักเรียนแจ้ง สิ่งที่ครูบันทึกไว้ในรายงาน ผลกระทบทางบัญชี (เครดิตที่ตัดไปกี่ชั่วโมง รายได้ครูกี่บาทที่ถูกพักไว้) การระงับวันหมดอายุ และหลักฐานที่ครูแนบ — แต่ท้ายแผงจะไม่มีฟอร์มบันทึกผลให้คุณ คนตัดสินคือที่ปรึกษาของนักเรียนคนนั้น

    สิ่งที่คุณควรทำกับหน้านี้คือดูตัวกรอง "รอเกิน 48 ชม." ถ้าตัวเลขนั้นโตขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาไม่ใช่ข้อโต้แย้ง แต่คือคิวที่ไม่มีใครทำ ซึ่งเป็นเรื่องของคุณ ในข้อมูลตัวอย่าง สองเรื่องที่ค้างอยู่ทั้งคู่อยู่ในตัวกรองนั้น และคอลัมน์ "รออยู่" ขึ้นเป็นหลักพันชั่วโมง — เกินห้าสิบวัน

    ตารางนี้มีปุ่ม "ดาวน์โหลด CSV" และปุ่มลัดบนแป้นพิมพ์ (J/K เลื่อนแถว · Enter เปิด · E ดาวน์โหลด · / ค้นหา) ถ้าจะเอาไปคุยในที่ประชุม ดาวน์โหลดไปเลยดีกว่าจดตาม

    ปุ่มขวาสุดของทุกแถวเขียนว่า "ดูรายละเอียด" และคอลัมน์ "รออยู่" คือตัวเลขที่ควรอยู่ในสายตาคุณ ไม่ใช่เนื้อหาของข้อโต้แย้ง
    ปุ่มขวาสุดของทุกแถวเขียนว่า "ดูรายละเอียด" และคอลัมน์ "รออยู่" คือตัวเลขที่ควรอยู่ในสายตาคุณ ไม่ใช่เนื้อหาของข้อโต้แย้ง
  3. 3

    ในแผงรายละเอียดมีอะไรให้อ่านบ้าง

    กด "ดูรายละเอียด" แล้วแผงจะเลื่อนออกมาจากขวา หัวแผงคือ "ตัดสินข้อโต้แย้ง" ซึ่งเป็นชื่อของแผงเดียวกันที่ที่ปรึกษาใช้ตัดสิน ไม่ใช่คำสั่งให้คุณทำ

    ห้าส่วนในแผงเรียงจากบนลงล่าง: สิ่งที่นักเรียนแจ้ง (เลือกจากรายการที่ระบบมีให้ ไม่ใช่ข้อความอิสระ จึงเทียบกันข้ามเรื่องได้) · สิ่งที่ครูบันทึกไว้ในรายงานคาบนั้น · ผลกระทบทางบัญชี · การระงับวันหมดอายุ · และหลักฐานที่ครูแนบ

    ส่วนที่คุณควรอ่านคือ "ผลกระทบทางบัญชี" เพราะมันบอกว่าถ้าตัดสินไปทางไหน เงินจะขยับเท่าไร นั่นคือส่วนเดียวในแผงที่เป็นเรื่องของคุณ

    เลื่อนลงจนสุดแผงจะไม่เจอปุ่มบันทึกผล นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่คือสิทธิ์ของบัญชีนี้

    แผงรายละเอียดของเรื่องแรก — สิ่งที่คุณอ่านได้

    • นักเรียนแจ้งว่า: ระยะเวลาไม่ถูกต้อง
    • ครูบันทึกว่า: ความเข้าใจ 5/5 · การมีส่วนร่วม 4/5 พร้อมหัวข้อที่เรียน
    • ผลกระทบทางบัญชี: เครดิตที่ตัดไป 2 ชม. · รายได้ครู ฿1,152.00 พักไว้
    • การระงับวันหมดอายุ: ล็อตนี้จะไม่หมดอายุจนกว่าจะตัดสิน
    • หลักฐานที่ครูแนบ: ภาพหน้าจอเวลาที่นักเรียนเข้าห้อง — นักเรียนไม่เห็นไฟล์นี้
    ยอด ฿1,152.00 ใต้หัวข้อ "ผลกระทบทางบัญชี" คือยอดเดียวกับที่ค้างอยู่ในช่อง "รอตัดสิน" ของครู Cake — เปิดสองหน้าเทียบกันได้เลย
    ยอด ฿1,152.00 ใต้หัวข้อ "ผลกระทบทางบัญชี" คือยอดเดียวกับที่ค้างอยู่ในช่อง "รอตัดสิน" ของครู Cake — เปิดสองหน้าเทียบกันได้เลย

สถานการณ์ที่จะเจอ

  1. 1

    "เราขึ้นราคาไปแล้ว ทำไมรายได้ไตรมาสที่แล้วเท่าเดิม"

    คำตอบคือ ถูกต้องแล้ว รายงานอ่านราคาที่นักเรียนจ่ายจริงในวันที่ซื้อ ไม่ได้อ่านราคาป้ายวันนี้ ราคาใหม่จะเริ่มเห็นผลกับคนที่ซื้อหลังจากราคานั้นมีผล และจะทยอยเข้ามาตามที่เขาใช้เครดิตเรียน — ไม่ใช่ตอนที่เขาจ่ายเงิน

    ถ้าอยากรู้ว่าราคาใหม่เริ่มมีผลเมื่อไร เปิดหน้าแพ็กเกจ กด "ประวัติราคา" ของแพ็กเกจนั้น จะเห็นช่วงวันที่ของทุกเวอร์ชัน

    ถ้ารายงานเปลี่ยนตัวเลขย้อนหลังเมื่อไร นั่นคือปัญหา ไม่ใช่เรื่องปกติ ให้แจ้งผู้ดูแลระบบทันที

  2. 2

    "ครูขอขึ้นส่วนแบ่งย้อนหลังสามเดือน"

    ระบบทำให้ไม่ได้ และไม่ควรทำ ฟอร์มตั้งอัตราส่วนไม่มีช่องวันที่มีผล อัตราใหม่เริ่มตอนที่กดปุ่มเท่านั้น

    เหตุผลคือคาบที่สอนไปแล้วมีรายได้ที่คำนวณและบันทึกไว้แล้วด้วยอัตราของวันนั้น ถ้าย้อนหลังได้ ตัวเลขค่าตอบแทนที่เคยแจ้งครูไปแล้วจะเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ และคำว่า "งวดที่ปิดแล้ว" จะไม่มีความหมาย

    ถ้าตกลงจะจ่ายเพิ่มจริง ให้จ่ายนอกระบบและบันทึกเหตุผลไว้ในช่อง "เหตุผล" ตอนตั้งอัตราใหม่ เพื่อให้ประวัติอัตราส่วนเล่าเรื่องได้ครบ

  3. 3

    "ตัวเลขคาบในสองหน้าไม่ตรงกัน"

    หน้าภาพรวมช่อง "คาบที่สอน" นับเฉพาะคาบที่ปิดยอดแล้วจนเกิดรายได้ ส่วนหน้าอัตราการใช้งานช่อง "คาบทั้งหมด" นับทุกคาบที่ไม่ได้ถูกยกเลิก รวมคาบที่ยังรอบันทึกผล คาบที่ยังอยู่ในช่วงโต้แย้งได้ และคาบที่กำลังโต้แย้งกันอยู่

    ในข้อมูลตัวอย่างไตรมาสนี้ ตัวเลขคือ 450 กับ 498 ส่วนต่าง 48 คาบคือคาบที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่กลายเป็นรายได้

    สองตัวเลขนี้ตอบคนละคำถาม — ตัวหนึ่งคือ "เก็บเงินได้เท่าไร" อีกตัวคือ "ทำงานไปเท่าไร" ไม่ต้องพยายามทำให้เท่ากัน ค่าปกติของส่วนต่างคือประมาณหนึ่งสัปดาห์ของคาบ ถ้ามันโตกว่านั้นมาก แปลว่ามีคาบค้างไม่ได้บันทึกผลจำนวนมาก ซึ่งดูรายคนได้จากบัตรครูช่อง "การบันทึกผล"

  4. 4

    "ตัวเลขนักเรียนในสามหน้าไม่ตรงกัน"

    คำว่า "นักเรียนที่ยังเรียนอยู่" ปรากฏสามที่และนับคนละแบบทั้งสามที่ ซึ่งถูกต้องแล้ว เพราะสามหน้านั้นถามคนละคำถาม

    หน้าภาพรวม (69 คน) = คนที่มีคาบปิดยอดจริงในช่วงเวลาที่เลือก ตอบคำถาม "ไตรมาสนี้เราสอนใครไปบ้าง"

    หน้าการเลิกเรียน (83 คน) = คนที่เคยเริ่มเรียนแล้วและยังไม่ถูกบันทึกว่าหยุด ตอบคำถาม "ตอนนี้เรายังถือลูกค้าอยู่กี่ราย"

    หน้าการลงทะเบียน (ตัวเลขรายเดือน) = คนที่มีคาบในเดือนนั้น ๆ ตอบคำถาม "เดือนนั้นห้องเรียนคึกคักแค่ไหน"

    ส่วนต่างระหว่างสองเลขแรกคือกลุ่มที่น่าสนใจที่สุด — 14 คนที่ยังไม่ได้บอกลา แต่ไตรมาสนี้ไม่ได้เรียนเลย ถ้าจะโทรหาใครสักกลุ่ม โทรหากลุ่มนี้

  5. 5

    "เปิดรายงานแล้วว่างเปล่า ระบบเสียหรือเปล่า"

    ตรวจตามลำดับนี้ หนึ่ง — ปุ่มช่วงเวลาอยู่ที่ "เดือนนี้" หรือเปล่า ถ้าวันนี้เป็นวันต้นเดือน หน้าจะแทบว่างซึ่งถูกแล้ว ลองกด "เดือนที่แล้ว" หรือ "ไตรมาสนี้"

    สอง — ถ้ารายงานบอกว่า "ยังมีข้อมูลไม่พอสำหรับช่วงเวลานี้" ให้อ่านบรรทัดตัวเล็กใต้ข้อความนั้น มันบอกตรง ๆ ว่ามีข้อมูลกี่เดือนจากกี่เดือน และกี่รายการ ระบบจะเริ่มวาดกราฟเมื่อมีข้อมูลอย่างน้อย 3 เดือนและอย่างน้อย 10 รายการ ตอนนี้เหลือหน้าเดียวที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ คือกราฟใน "การเลิกเรียน" (มี 4 เดือน แต่มีแค่ 8 เหตุการณ์)

    สาม — เดือนที่ไม่มีข้อมูลจะถูกข้ามในตาราง "สิ่งที่บันทึกไว้แล้ว" ไม่ถูกวาดเป็นศูนย์ นี่ไม่ใช่ข้อมูลหาย แต่เป็นการไม่แต่งเรื่อง — ศูนย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงจะลากเส้นแนวโน้มให้ผิดทาง

    สี่ — ถ้าเปิด URL ของหน้าที่บัญชีคุณไม่มีสิทธิ์ ระบบจะตอบว่าไม่มีสิทธิ์ ไม่ใช่หน้าว่าง ถ้าเจอหน้าว่างจริง ๆ โดยไม่มีข้อความอธิบายเลย นั่นคือเรื่องที่ควรแจ้งผู้ดูแลระบบ

คำที่ระบบใช้

เครดิต
หน่วยของเวลาเรียน 1 เครดิต = 30 นาที คาบ 90 นาทีจึงใช้ 3 เครดิต
ล็อตเครดิต
เครดิตหนึ่งก้อนที่นักเรียนซื้อในครั้งหนึ่ง ๆ ล็อตจะจำราคาต่อเครดิตของวันที่ซื้อและวันหมดอายุของตัวเองไว้ รายงานรายได้ทั้งหมดคิดจากราคาที่ติดมากับล็อต
ปิดยอด
สถานะของคาบเรียนที่สอนจบ บันทึกผลแล้ว และตัดเครดิตกับบันทึกรายได้ครูเรียบร้อย คาบที่ยังไม่ปิดยอดจะยังไม่นับเป็นรายได้
ส่วนแบ่งครู / ส่วนของสถาบัน
ค่าเรียนของคาบหนึ่งถูกแบ่งสองส่วนตามอัตราส่วนรายได้ของครูคนนั้น ระบบแบ่งเป็นสตางค์จึงบวกกลับได้ยอดรวมพอดีเสมอ แต่หน้าจอปัดเศษเป็นบาทแยกช่อง สองยอดบนหน้าจอจึงอาจบวกกันเกินหรือขาดยอดรวมได้ ฿1
อัตราส่วนรายได้
เปอร์เซ็นต์ของค่าเรียนที่ตกเป็นของครู ผู้บริหารเป็นคนตั้ง เก็บเป็นเวอร์ชัน และแต่ละคาบคิดตามอัตราที่มีผลในวันที่สอน การขึ้นอัตราวันนี้จึงไม่แตะเดือนที่ผ่านมา
เวอร์ชันราคา
ราคาหนึ่งค่าของแพ็กเกจ พร้อมช่วงวันที่ที่ใช้ราคานั้น การตั้งราคาใหม่คือการสร้างเวอร์ชันใหม่และปิดเวอร์ชันเดิม ไม่ใช่การแก้ตัวเลขเดิม
เครดิตหมดอายุ
เครดิตที่ครอบครัวจ่ายเงินซื้อไว้แล้วใช้ไม่หมดจนพ้นอายุ (ค่าเริ่มต้น 365 วัน แต่ล็อตแต่ละก้อนถือวันหมดอายุของตัวเอง) มูลค่าของมันถือเป็นรายได้ที่รับรู้ได้ ณ วันที่ระบบตัดยอด ซึ่งอาจเป็นคนละเดือนกับวันที่ครบกำหนด
ล็อตที่ระงับการหมดอายุไว้
ล็อตที่มีข้อโต้แย้งค้างอยู่ ระบบหยุดนับวันหมดอายุให้จนกว่าจะมีคำตัดสิน เพื่อไม่ให้เครดิตตายระหว่างที่ยังเถียงกันอยู่
กดไม่มาเรียน
คาบที่ครูบันทึกว่านักเรียนไม่มา ผลคือตัดเครดิตนักเรียนเต็มจำนวนและครูได้รายได้เต็มจำนวน
โต้แย้ง / โต้แย้งที่ชนะ
"โต้แย้ง" คือนักเรียนแย้งว่าคาบนั้นไม่เป็นอย่างที่ครูบันทึก "โต้แย้งที่ชนะ" นับเฉพาะเรื่องที่ตัดสินให้คืนเครดิตนักเรียนเท่านั้น
รอยืนยัน / รอตัดสิน
สองสถานะของรายได้ครูที่ยังจ่ายไม่ได้ "รอยืนยัน" คือคาบที่ยังอยู่ในช่วง 48 ชั่วโมงที่นักเรียนโต้แย้งได้ จะกลายเป็น "ยืนยันแล้ว" เองเมื่อครบเวลา ส่วน "รอตัดสิน" คือคาบที่ถูกโต้แย้งจริง จะขยับก็ต่อเมื่อที่ปรึกษาตัดสิน
การลงทะเบียน
การที่นักเรียนหนึ่งคนเริ่มเรียนคอร์สหนึ่งคอร์ส คนหนึ่งคนมีได้หลายรายการ ไม่ใช่จำนวนหัวนักเรียน และเป็นตัวเลขที่นำหน้ารายได้อยู่ราวหนึ่งเดือน
อัตราการเลิกเรียน
สัดส่วนของนักเรียนที่หยุดเรียนในเดือนหนึ่ง เทียบกับจำนวนที่ยังเรียนอยู่ ณ ต้นเดือนนั้น ระบบจะวาดกราฟให้เมื่อมีอย่างน้อย 3 เดือนที่มีเหตุการณ์ และอย่างน้อย 10 เหตุการณ์
ใบเสนอราคา
ใบเสนอราคาที่ที่ปรึกษาส่งให้ครอบครัว ประกอบขึ้นจากแพ็กเกจที่ผ่านการอนุมัติแล้วเท่านั้น